TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล · ความสามารถทางภาษา

แนวข้อสอบการใช้ภาษา TGAT2 พร้อมเฉลยทีละขั้น ลองทำจับเวลาได้

ข้อสอบให้ประโยคหรือข้อความมาชุดหนึ่ง แล้วถามเรื่องระดับภาษาว่าเป็นทางการ กันเอง หรือเหมาะกับสถานการณ์แบบไหน วัดว่าคุณเลือกใช้ภาษาให้ตรงบริบทได้ดีแค่ไหน

อัปเดตล่าสุด

การใช้ภาษาคือข้อสอบแบบไหน

การใช้ภาษาเป็นโจทย์ในส่วนความสามารถทางภาษาของ TGAT2 ข้อสอบเน้นที่ระดับภาษา ไม่ใช่ความหมายของคำ โดยให้ประโยคหรือข้อความมาแล้วถามว่าใช้ภาษาระดับไหน เช่น ทางการ กึ่งทางการ วิชาการ หรือกันเอง และเหมาะกับบริบทที่กำหนดหรือไม่

รูปแบบคำถามที่เจอบ่อยมีทั้งการระบุระดับภาษาของข้อความที่ให้มา การหาประโยคที่ใช้ระดับภาษาต่างจากเพื่อนในกลุ่มเดียวกัน การเลือกประโยคที่เหมาะสมที่สุดกับสถานการณ์หรือผู้ฟังที่กำหนด และการชี้จุดในข้อความยาวที่ระดับภาษาเปลี่ยนไปกะทันหัน

จุดที่ต่างจากการสื่อความหมายคือ โจทย์นี้ไม่ได้ถามว่าคำนั้นแปลว่าอะไร แต่ถามว่าคำหรือประโยคนั้น "เหมาะ" กับสถานการณ์แบบไหน ต่างจากการอ่านตรงที่ไม่มีบทความยาวให้จับใจความ และต่างจากการเข้าใจภาษาตรงที่ไม่ได้ให้เติมคำในช่องว่าง

ในแอป AllTCAS โจทย์การใช้ภาษามีเฉลยที่อธิบายว่าประโยคแต่ละแบบจัดเป็นภาษาระดับไหนและทำไมถึงเหมาะหรือไม่เหมาะกับบริบทที่โจทย์กำหนด

วิธีคิดทีละขั้น

  1. อ่านข้อความที่ให้มาแล้วสังเกตคำศัพท์และโครงสร้างประโยคก่อน คำศัพท์ทางการหรือคำสุภาพมักบ่งบอกระดับภาษา
  2. เช็คบริบทที่โจทย์กำหนด เช่น พูดกับใคร อยู่ในสถานการณ์แบบไหน ก่อนตัดสินว่าประโยคไหนเหมาะสม
  3. ถ้าโจทย์ให้หาข้อที่ต่างระดับ ให้ดูตัวเลือกอื่นทั้งหมดก่อนว่าอยู่ระดับเดียวกันแบบไหน แล้วหาตัวที่หลุดจากกลุ่ม
  4. ถ้าโจทย์ให้ข้อความยาวและถามจุดที่ระดับภาษาเปลี่ยน ให้อ่านไล่ทีละประโยคและสังเกตจุดที่คำศัพท์เปลี่ยนโทนกะทันหัน
  5. ตรวจตัวเลือกที่เหลือทั้งหมดอีกครั้งว่าไม่มีตัวไหนเหมาะสมกว่าก่อนตอบ

โจทย์ตัวอย่างการใช้ภาษาพร้อมเฉลย

โจทย์ชุดนี้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายรูปแบบ อ่านเฉลยทีละข้อหรือลองทำแบบจับเวลาก็ได้ ในแอปมีโจทย์ให้ฝึกไม่ซ้ำและเฉลยแสดงทีละขั้นบนหน้าจอ

  1. ข้อ ๑

    สถานการณ์: นักเรียนต้องการเขียนอีเมลถึงอาจารย์เพื่อขอเลื่อนส่งงาน

    ประโยคใดต่อไปนี้เหมาะสมที่สุดสำหรับใช้ในอีเมลฉบับนี้

    1. ๑.เรียนอาจารย์ที่เคารพ ดิฉันขอเรียนสอบถามความเป็นไปได้ในการขอเลื่อนกำหนดส่งงานออกไปอีกสองวัน เนื่องจากป่วยและต้องพักรักษาตัว
    2. ๒.อาจารย์ครับ ขอเลื่อนส่งงานหน่อยนะครับ ไม่สบายอ่ะ
    3. ๓.แจ้งให้ทราบว่าข้าพเจ้าไม่สามารถส่งงานได้ตามกำหนดเนื่องด้วยเหตุสุดวิสัยและขอความกรุณาพิจารณาผ่อนผัน ทั้งนี้ขอให้ดำเนินการโดยพลัน
    4. ๔.เดี๋ยวจะส่งงานช้าหน่อยนะ ป่วยอยู่อ่ะ
    5. ๕.ผมป่วยครับอาจารย์ งานคงส่งไม่ทันแน่ๆ ขอเป็นอาทิตย์หน้าเลยได้ไหมครับ
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ เรียนอาจารย์ที่เคารพ ดิฉันขอเรียนสอบถามความเป็นไปได้ในการขอเลื่อนกำหนดส่งงานออกไปอีกสองวัน เนื่องจากป่วยและต้องพักรักษาตัว

    บริบทคือนักเรียนเขียนถึงอาจารย์ ต้องใช้ภาษาทางการและสุภาพ แต่ยังเป็นธรรมชาติแบบที่นักเรียนพูดกับอาจารย์ได้จริง

    ประโยคที่เปิดด้วย "เรียนอาจารย์ที่เคารพ" บอกเหตุผลชัดเจนและขอความกรุณาอย่างสุภาพ เป็นระดับภาษาที่เหมาะกับความสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนกับอาจารย์มากที่สุด

    ประโยคที่ใช้คำว่า "ครับ" ลงท้ายแบบพูดกับคำว่า "อ่ะ" เป็นภาษาพูดกันเอง ไม่เหมาะกับอีเมลถึงอาจารย์

    ประโยคที่ใช้คำว่า "โดยพลัน" และน้ำเสียงแบบแจ้งคำสั่ง เป็นภาษาทางการแบบราชการมากเกินไป ไม่เหมาะกับนักเรียนที่กำลังขอความกรุณาจากอาจารย์

    ประโยคที่ขึ้นต้นด้วย "เดี๋ยว" และลงท้ายด้วย "อ่ะ" ก็เป็นภาษาพูดกันเองเช่นเดียวกัน ทั้งยังไม่มีคำขอที่สุภาพหรือให้เหตุผลชัดเจนพอสำหรับอีเมลถึงอาจารย์

    ส่วนประโยคที่ขอเลื่อนเป็นอาทิตย์หน้าแม้จะสุภาพกว่า แต่ยังเป็นภาษาพูดและเป็นการเรียกร้องมากกว่าการขอความกรุณา

  2. ข้อ ๒

    สถานการณ์: ฝ่ายวิชาการของโรงเรียนต้องการประกาศเลื่อนสอบกลางภาควิชาคณิตศาสตร์ ติดไว้ที่บอร์ดประชาสัมพันธ์

    ข้อความใดเหมาะสมที่สุดสำหรับใช้เป็นประกาศติดบอร์ด

    1. ๑.ประกาศฝ่ายวิชาการ เรื่อง เลื่อนสอบกลางภาควิชาคณิตศาสตร์ จากเดิมวันที่ 15 กันยายน เป็นวันที่ 18 กันยายน ขออภัยในความไม่สะดวก
    2. ๒.เฮ้ยทุกคน สอบคณิตเลื่อนละนะ จากวันที่ 15 ไปเป็นวันที่ 18 กันยาแทน ไปอ่านหนังสือกันต่อ
    3. ๓.แจ้งเพื่อนๆ ว่าสอบคณิตเลื่อนจากวันที่ 15 เป็นวันที่ 18 กันยายนนะครับ มีคำถามทักมาถามได้เลย
    4. ๔.สอบคณิตเลื่อนจ้า จาก 15 เป็น 18 กันยาแทนนะ
    5. ๕.บอกไว้ก่อนนะทุกคน สอบคณิตที่จะสอบวันที่ 15 นี้ขอเลื่อนเป็นวันที่ 18 แทนละกัน
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ ประกาศฝ่ายวิชาการ เรื่อง เลื่อนสอบกลางภาควิชาคณิตศาสตร์ จากเดิมวันที่ 15 กันยายน เป็นวันที่ 18 กันยายน ขออภัยในความไม่สะดวก

    บริบทคือประกาศติดบอร์ดของโรงเรียน เป็นการสื่อสารทางการจากหน่วยงานถึงคนหมู่มาก ต้องใช้ภาษาระดับทางการและมีโครงสร้างแบบประกาศชัดเจน

    ตัวเลือกที่ขึ้นต้นด้วย "ประกาศฝ่ายวิชาการ เรื่อง..." ใช้โครงสร้างและถ้อยคำแบบประกาศทางการจริง เหมาะกับการติดบอร์ดให้คนทั่วไปอ่าน

    ตัวเลือกที่ใช้คำว่า "เฮ้ย" และคำย่อ "กันยา" เป็นภาษาปากกันเองเกินไป ไม่เหมาะกับประกาศที่มาจากหน่วยงาน

    ตัวเลือกที่ใช้ "ครับ...มีคำถามทักมาถามได้เลย" เป็นน้ำเสียงแบบข้อความส่งหาเพื่อนเป็นการส่วนตัว ไม่ใช่ประกาศ

    ตัวเลือกที่ใช้คำลงท้าย "จ้า" และตัดรายละเอียดจนสั้นเกินไป เป็นภาษาแชทที่ขาดความเป็นทางการที่ประกาศควรมี

    ตัวเลือกที่ใช้คำลงท้าย "ละกัน" เป็นคำพูดกันเองในชีวิตประจำวัน ไม่ใช่ภาษาเขียนประกาศ

  3. ข้อ ๓

    สถานการณ์: นักเรียนกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ในพิธีมอบทุนการศึกษาของโรงเรียน ต่อหน้าครูใหญ่และผู้ปกครอง

    ประโยคใดเหมาะสมที่สุดสำหรับกล่าวขอบคุณในพิธีนี้

    1. ๑.หนูขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ทุกท่านที่กรุณามอบทุนการศึกษาให้แก่หนูในวันนี้ หนูจะตั้งใจเรียนเพื่อไม่ให้ความกรุณานี้สูญเปล่า
    2. ๒.ขอบคุณนะคะทุกคน ดีใจสุดๆ เลยค่ะที่ได้ทุนนี้
    3. ๓.ขอบใจนะทุกคนที่ให้ทุนเรา จะพยายามเรียนดีๆ ให้
    4. ๔.เดี๋ยวหนูจะไปเรียนต่อแล้วนะ ทุนนี้มีประโยชน์มากเลย ขอบคุณค่ะ
    5. ๕.ทุนนี้เจ๋งมากเลยค่ะ ขอบคุณทุกคนนะคะที่ให้โอกาสหนู
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ หนูขอกราบขอบพระคุณท่านผู้ใหญ่ทุกท่านที่กรุณามอบทุนการศึกษาให้แก่หนูในวันนี้ หนูจะตั้งใจเรียนเพื่อไม่ให้ความกรุณานี้สูญเปล่า

    บริบทคือการกล่าวขอบคุณผู้ใหญ่ในพิธีที่เป็นทางการ ต้องใช้ภาษาสุภาพระดับสูง มีคำที่แสดงความเคารพชัดเจน

    ตัวเลือกที่ใช้ "กราบขอบพระคุณ" และ "ความกรุณานี้สูญเปล่า" เป็นถ้อยคำสุภาพระดับทางการที่ใช้กล่าวกับผู้ใหญ่ในพิธีได้จริง

    ตัวเลือกที่ใช้คำว่า "สุดๆ" เป็นคำแสดงอารมณ์แบบภาษาพูดกันเอง ไม่เหมาะกับโอกาสที่เป็นทางการ

    ตัวเลือกที่ใช้ "ขอบใจ...เรา" เป็นสรรพนามและคำที่ใช้พูดกับเพื่อนหรือรุ่นน้อง ไม่ใช่คำที่ใช้พูดกับผู้ใหญ่ในพิธี

    ตัวเลือกที่ขึ้นต้นด้วย "เดี๋ยว" เป็นคำเกริ่นแบบพูดคุยทั่วไป ทำให้น้ำเสียงดูไม่เตรียมตัวมาและไม่เหมาะกับพิธีการ

    ตัวเลือกที่ใช้คำสแลง "เจ๋ง" ไม่เหมาะกับความสุภาพที่พิธีทางการต้องการ

  4. ข้อ ๔

    สถานการณ์: พิมพ์แชทคุยกับเพื่อนสนิทที่ชวนไปเที่ยวในวันเสาร์นี้

    ข้อความใดเหมาะสมที่สุดสำหรับพิมพ์ตอบเพื่อนในแชท

    1. ๑.ไปสิเว้ย เสาร์นี้ว่างอยู่แล้ว จะไปไหนบอกมาเลย
    2. ๒.ข้าพเจ้ายินดีเข้าร่วมกิจกรรมในวันเสาร์นี้ตามที่ท่านได้เชิญชวนมา
    3. ๓.ดิฉันขอเรียนแจ้งว่าสามารถไปร่วมกิจกรรมในวันเสาร์นี้ได้ตามที่แจ้งมา
    4. ๔.เราสามารถเข้าร่วมกิจกรรมในวันเสาร์นี้ได้ตามที่ได้แจ้งไว้ครับ
    5. ๕.ข้าพเจ้าขอตอบรับคำเชิญไปยังสถานที่ดังกล่าวในวันเสาร์นี้ด้วยความยินดี
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ ไปสิเว้ย เสาร์นี้ว่างอยู่แล้ว จะไปไหนบอกมาเลย

    บริบทคือแชทคุยกับเพื่อนสนิท เป็นการสื่อสารแบบกันเองที่สุด ใช้ภาษาพูดและคำลงท้ายกันเองได้เต็มที่

    ตัวเลือกที่ใช้คำว่า "เว้ย" และ "สิ" เป็นภาษาปากที่ใช้พูดกับเพื่อนสนิทได้ตามธรรมชาติ เหมาะกับบริบทแชทที่สุด

    ตัวเลือกที่ใช้ "ข้าพเจ้า" เป็นสรรพนามทางการที่ใช้ในภาษาเขียนหรือคำปราศรัย ไม่มีใครใช้พิมพ์แชทหาเพื่อน

    ตัวเลือกที่ใช้ "ดิฉันขอเรียนแจ้ง" เป็นสำนวนแบบหนังสือราชการ ยิ่งทำให้ดูเป็นทางการเกินความสัมพันธ์แบบเพื่อนสนิท

    ตัวเลือกที่ใช้ "เราสามารถ...ได้ตามที่ได้แจ้งไว้ครับ" แม้ลดความเป็นทางการลงมาบ้าง แต่ยังเป็นสำนวนกึ่งทางการที่ฟังดูเกร็งเกินไปสำหรับแชทเพื่อน

    ตัวเลือกที่ใช้ "ข้าพเจ้าขอตอบรับคำเชิญ" เป็นสำนวนแบบคำกล่าวในพิธี ไม่ใช่ภาษาที่ใช้พิมพ์คุยกันทั่วไป

  5. ข้อ ๕

    ข่าว: เทศบาลเปิดใช้สะพานลอยคนเดินข้ามแห่งใหม่

    (๑) เทศบาลเมืองเปิดใช้งานสะพานลอยคนเดินข้ามแห่งใหม่บริเวณหน้าตลาดสดเทศบาลอย่างเป็นทางการเมื่อวานนี้

    (๒) สะพานลอยดังกล่าวมีความยาว 40 เมตร ก่อสร้างขึ้นเพื่อลดอุบัติเหตุจากการข้ามถนนบริเวณดังกล่าว

    (๓) นายกเทศมนตรีเปิดเผยว่าโครงการนี้ใช้งบประมาณกว่า 8 ล้านบาท และคาดว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้มากขึ้น

    (๔) เอาจริงๆ สะพานนี้เจ๋งมาก ใครไม่เคยข้ามลองไปเดินดูสักครั้งจะรู้เลยว่าดีขนาดไหน

    (๕) ทั้งนี้ เทศบาลมีแผนจะก่อสร้างสะพานลอยเพิ่มเติมอีก 2 จุดในปีถัดไป เพื่อรองรับการสัญจรที่หนาแน่นขึ้น

    ข้อความข่าวข้างต้น ส่วนใดใช้ภาษาต่างระดับจากส่วนอื่นอย่างชัดเจน

    1. ๑.ส่วนที่ ๑
    2. ๒.ส่วนที่ ๒
    3. ๓.ส่วนที่ ๓
    4. ๔.ส่วนที่ ๔
    5. ๕.ส่วนที่ ๕
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๔ ส่วนที่ ๔

    ข้อความนี้เป็นข่าวรายงานการเปิดใช้สะพานลอย ข่าวต้องใช้ภาษาระดับทางการสม่ำเสมอตลอดทั้งชิ้น

    ส่วนที่ ๑ ๒ ๓ และ ๕ ใช้โครงสร้างประโยคและคำศัพท์แบบข่าว เช่น "เปิดใช้งานอย่างเป็นทางการ" "เปิดเผยว่า" "ทั้งนี้" ซึ่งเป็นสำนวนที่พบในข่าวทั่วไป

    ส่วนที่ ๔ เปลี่ยนมาใช้คำว่า "เอาจริงๆ" และ "เจ๋งมาก" ซึ่งเป็นภาษาปากแบบพูดคุยกันเอง ไม่ใช่ภาษาที่ใช้เขียนข่าว

    นอกจากคำศัพท์แล้ว ส่วนที่ ๔ ยังเปลี่ยนมุมมองจากผู้รายงานข่าวเป็นการชวนคุยตรงกับผู้อ่าน ("ใครไม่เคยข้าม...ลองไปเดินดู") ต่างจากน้ำเสียงรายงานข้อเท็จจริงของส่วนอื่น

    เมื่อเทียบกับอีก 4 ส่วนที่คงระดับภาษาข่าวไว้ตลอด ส่วนที่ ๔ จึงเป็นส่วนที่ใช้ภาษาต่างระดับอย่างชัดเจนและเป็นคำตอบ

เคล็ดลับทำข้อสอบการใช้ภาษา

  • คำสรรพนามและคำลงท้ายเป็นตัวบ่งชี้ระดับภาษาที่ชัดที่สุด สังเกตก่อนดูคำศัพท์อื่น
  • ประโยคที่ถูกไวยากรณ์อาจยังผิดระดับภาษาได้ ถ้าใช้คำกันเองในบริบทที่ต้องการความเป็นทางการ
  • ระวังตัวเลือกที่ทางการเกินจำเป็นในบริบทกันเอง เพราะดูน่าเชื่อถือแต่ผิดจุดเหมือนกัน
  • ถ้าเทียบระดับภาษายาก ให้ลองอ่านในใจว่าประโยคนี้พูดกับใครได้บ้าง

คำถามที่พบบ่อย

การใช้ภาษาต่างจากการสื่อความหมายอย่างไร

การใช้ภาษาถามเรื่องระดับภาษาและความเหมาะสมกับบริบท เช่น ทางการหรือกันเอง ส่วนการสื่อความหมายถามความหมายของคำหรือข้อความโดยตรง ไม่เกี่ยวกับระดับภาษา

การใช้ภาษา TGAT2 ยากไหม

ส่วนที่ยากคือการตัดสินระดับภาษาซึ่งไม่มีคำตอบตายตัวชัดเจนแบบไวยากรณ์ ต้องอาศัยการอ่านบริบทที่โจทย์ให้มา ถ้าฝึกสังเกตคำสรรพนามและคำลงท้ายบ่อยๆ จะจับจุดได้เร็วขึ้น

การใช้ภาษา TGAT2 มีเทคนิคอะไรบ้าง

เทคนิคหลักคือดูก่อนว่าพูดกับใครและอยู่ในสถานการณ์แบบไหน แล้วเทียบตัวเลือกที่เหลือทั้งหมดว่าอยู่ระดับภาษาเดียวกันหรือไม่ ตัวเลือกที่หลุดจากกลุ่มมักเป็นคำตอบ

เริ่มฝึกกับ AllTCAS ฟรี

ครบทุกฟีเจอร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย