TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล · ความสามารถทางภาษา

แนวข้อสอบการสื่อความหมาย TGAT2 พร้อมเฉลยทีละขั้น ลองทำจับเวลาได้

ข้อสอบให้คำหรือข้อความสั้นๆ มาหนึ่งจุด แล้วถามว่าความหมายที่แท้จริงหรือความหมายที่ใกล้เคียงที่สุดคืออะไร วัดว่าคุณเข้าใจความหมายของคำในภาษาไทยได้ละเอียดแค่ไหน

อัปเดตล่าสุด

การสื่อความหมายคือข้อสอบแบบไหน

การสื่อความหมายเป็นโจทย์ในส่วนความสามารถทางภาษาของ TGAT2 ข้อสอบเน้นที่ตัวคำหรือข้อความสั้นๆ หนึ่งจุด แล้วถามเรื่องความหมายของคำนั้นโดยตรง เช่น คำนี้มีความหมายตรงหรือความหมายโดยนัย คำนี้ในประโยคนี้หมายถึงอะไร หรือคำกลุ่มไหนที่มีความหมายร่วมกัน

รูปแบบคำถามที่เจอบ่อยมีหลายแบบ ตั้งแต่คำที่มีได้หลายความหมายแล้วต้องเลือกความหมายที่ตรงกับบริบทในประโยค คำที่มีทั้งความหมายตรงตัวและความหมายเชิงเปรียบเทียบ คำที่มีความหมายกว้างครอบคลุมคำอื่น ไปจนถึงข้อความที่อ่านได้สองแบบจนเกิดความกำกวม หรือประโยคที่ใช้คำผิดความหมายและคำซ้ำซ้อนจนฟุ่มเฟือย

จุดที่ต่างจากโจทย์ภาษาอีกสามแบบใน TGAT2 คือ การสื่อความหมายไม่ได้ถามเรื่องระดับภาษาหรือความเหมาะสมกับบริบทแบบการใช้ภาษา ไม่ได้ให้อ่านบทความยาวแบบการอ่าน และไม่ได้ให้เติมคำในช่องว่างแบบการเข้าใจภาษา แต่เจาะไปที่ตัวความหมายของคำหรือข้อความสั้นๆ โดยตรง

ในแอป AllTCAS โจทย์การสื่อความหมายมีเฉลยที่อธิบายความหมายของคำที่ถามพร้อมที่มา ให้เห็นว่าทำไมตัวเลือกที่ถูกจึงตรงความหมายที่สุดและตัวเลือกอื่นผิดตรงไหน

วิธีคิดทีละขั้น

  1. อ่านคำหรือข้อความที่ถูกถามให้ชัดก่อน แล้วดูบริบทรอบข้างที่ข้อสอบให้มาประกอบ
  2. ถ้าคำนั้นมีได้หลายความหมาย ให้เลือกความหมายที่เข้ากับบริบทในประโยคนั้นเท่านั้น อย่าใช้ความหมายที่คุ้นเคยที่สุด
  3. แยกให้ออกว่าโจทย์ถามความหมายตรงตัวหรือความหมายเชิงเปรียบเทียบ สองอย่างนี้มักมีตัวเลือกลวงของกันและกัน
  4. ถ้าโจทย์ถามความกำกวม ให้ลองอ่านข้อความนั้นด้วยความหมายที่ต่างกันสองแบบ แล้วเช็คว่าทั้งสองแบบสมเหตุสมผลจริงหรือไม่
  5. ถ้าโจทย์ถามหาประโยคที่ใช้คำไม่ถูกต้อง ให้อ่านทุกประโยคแล้วสังเกตว่ามีคำใดสื่อความหมายซ้อนทับกันจนฟุ่มเฟือย หรือใช้คำผิดความหมายกับสิ่งที่พูดถึงหรือไม่
  6. ตัดตัวเลือกที่ความหมายใกล้เคียงแต่ไม่ตรงเป๊ะออกก่อน แล้วค่อยเลือกตัวเลือกที่ตรงความหมายที่สุด

โจทย์ตัวอย่างการสื่อความหมายพร้อมเฉลย

โจทย์ชุดนี้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายรูปแบบ อ่านเฉลยทีละข้อหรือลองทำแบบจับเวลาก็ได้ ในแอปมีโจทย์ให้ฝึกไม่ซ้ำและเฉลยแสดงทีละขั้นบนหน้าจอ

  1. ข้อ ๑

    ข้อใดเป็นประโยคที่มีความหมายกำกวม (ตีความได้มากกว่าหนึ่งความหมาย)

    1. ๑.สมชายพบสมศักดิ์ที่บ้านของเขา
    2. ๒.ครูมอบหมายให้นักเรียนส่งการบ้านภายในวันศุกร์
    3. ๓.แม่ทำอาหารเช้าให้ลูกกินก่อนออกจากบ้านไปโรงเรียน
    4. ๔.ทีมงานเปิดตัวสินค้าใหม่ในงานแสดงสินค้าเมื่อวานนี้
    5. ๕.หมอนัดคนไข้มาตรวจซ้ำในอีกสองสัปดาห์
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ สมชายพบสมศักดิ์ที่บ้านของเขา

    โจทย์ต้องการหาประโยคที่ตีความได้มากกว่าหนึ่งความหมาย ให้พิจารณาว่าแต่ละประโยคมีคำใดที่อ้างอิงได้ไม่ชัดเจนหรือไม่

    ตัวเลือกที่ 1 มีคำสรรพนาม "เขา" ในวลี "บ้านของเขา" ซึ่งอยู่หลังชื่อคนสองคนคือสมชายและสมศักดิ์ "เขา" จึงอ้างอิงได้ทั้งสองทาง: อาจหมายถึงพบกันที่บ้านของสมชาย หรือพบกันที่บ้านของสมศักดิ์ก็ได้ ประโยคจึงกำกวม

    ตัวเลือกที่ 2-5 แต่ละประโยคมีประธาน กรรม และส่วนขยายที่ชี้ชัดเจนเพียงความหมายเดียว ไม่มีคำสรรพนามหรือส่วนขยายใดอ้างอิงได้มากกว่าหนึ่งทาง จึงไม่กำกวม

    ดังนั้นคำตอบคือตัวเลือกที่ 1

  2. ข้อ ๒

    ข้อใดเป็นกลุ่มคำ 3 คำที่มีทั้งความหมายตรงและความหมายโดยนัยครบทุกคำ

    1. ๑.คอตก, มือขวา, ดาวรุ่ง
    2. ๒.ใจดำ, หูเบา, ปากหวาน
    3. ๓.ขาสั้น, ผมยาว, หน้าใหญ่
    4. ๔.คอตก, ใจดำ, ขาสั้น
    5. ๕.หูเบา, ผมยาว, ปากหวาน
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ คอตก, มือขวา, ดาวรุ่ง

    โจทย์ต้องการกลุ่มคำที่ทุกคำมีทั้งความหมายตรง (ตามตัวอักษร/ทางกาย) และความหมายโดยนัย (เชิงเปรียบเทียบ) ต้องตรวจทีละคำในแต่ละกลุ่ม

    "คอตก" ตรง = คอที่โน้มต่ำลงจริง (เช่นตอนง่วง), โดยนัย = หมดกำลังใจ ท้อแท้ · "มือขวา" ตรง = มือข้างขวาของร่างกาย, โดยนัย = ผู้ช่วยคนสำคัญที่ไว้วางใจที่สุด · "ดาวรุ่ง" ตรง = ดาวที่ปรากฏสว่างทางทิศตะวันออกก่อนรุ่งสาง, โดยนัย = ผู้ที่กำลังมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาใหม่ ทั้งสามคำจึงมีครบทั้งสองความหมาย ตรงกับตัวเลือกที่ 1

    "ปากหวาน" (พูดเอาใจ ประจบ) "ใจดำ" (ไม่มีความเมตตา) "หูเบา" (เชื่อคนง่าย) และ "หน้าใหญ่" (ใช้จ่ายเกินตัวเพื่อให้ดูมีหน้ามีตา) ล้วนมีแต่ความหมายโดยนัย ไม่มีความหมายตรงทางกายที่ใช้จริง ตัวเลือกที่มีคำเหล่านี้จึงตกทันที (ข้อ 2, 3, 4, 5)

    "ขาสั้น" และ "ผมยาว" เป็นคำที่มีแต่ความหมายตรงบอกลักษณะทางกาย ไม่มีความหมายโดยนัยใช้กันทั่วไป ตัวเลือกที่มีคำเหล่านี้จึงตกด้วย (ข้อ 3, 4, 5)

    ดังนั้นคำตอบคือตัวเลือกที่ 1

  3. ข้อ ๓

    ข้อใดเป็นคำที่มีความหมายกว้างที่สุดเมื่อเทียบกับตัวเลือกอื่น

    1. ๑.ยานพาหนะ
    2. ๒.รถยนต์
    3. ๓.รถจักรยานยนต์
    4. ๔.รถบรรทุก
    5. ๕.เรือ
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ ยานพาหนะ

    คำที่มีความหมายกว้างคือคำที่ครอบคลุมความหมายของคำอื่นในกลุ่มไว้ในตัว ส่วนคำที่มีความหมายแคบจะระบุเจาะจงจนไม่ครอบคลุมคำอื่น

    "ยานพาหนะ" หมายถึงสิ่งที่ใช้เดินทางหรือขนส่งทุกชนิด ครอบคลุมทั้งรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถบรรทุก และเรือ ไว้ในความหมายเดียว จึงกว้างที่สุด

    "รถยนต์" "รถจักรยานยนต์" "รถบรรทุก" และ "เรือ" ต่างระบุชนิดของยานพาหนะที่เจาะจง แต่ละคำครอบคลุมเฉพาะพาหนะประเภทของตนเท่านั้น ไม่ครอบคลุมพาหนะประเภทอื่นในกลุ่ม จึงมีความหมายแคบกว่า

    ดังนั้นคำตอบคือตัวเลือกที่ 1

  4. ข้อ ๔

    ข้อใดใช้ถ้อยคำไม่ถูกต้อง (ใช้คำซ้ำซ้อนฟุ่มเฟือยเกินจำเป็น)

    1. ๑.เขากลับคืนมาอีกครั้งหลังจากหายไปนาน
    2. ๒.ทีมงานประชุมวางแผนงานประจำปีที่ห้องประชุมใหญ่
    3. ๓.นักเรียนตั้งใจอ่านหนังสือเตรียมสอบทุกวัน
    4. ๔.บริษัทประกาศผลประกอบการประจำไตรมาสในสัปดาห์นี้
    5. ๕.ชาวบ้านช่วยกันทำความสะอาดบริเวณวัดในวันหยุด
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ เขากลับคืนมาอีกครั้งหลังจากหายไปนาน

    โจทย์ให้สังเกตว่าแต่ละประโยคใช้คำตรงตามความหมายและกระชับหรือไม่ มีคำใดสื่อความหมายซ้ำซ้อนกันจนฟุ่มเฟือยหรือไม่

    ตัวเลือกที่ 1 ใช้คำว่า "กลับ" "คืน" และ "อีกครั้ง" เรียงต่อกัน ทั้งสามคำต่างสื่อว่า "กลับไปสู่สภาพหรือที่เดิม" ซ้อนทับกับ "ทำซ้ำ" ทำให้ประโยคฟุ่มเฟือย ควรตัดเหลือเพียง "เขากลับมาอีกครั้ง" หรือ "เขากลับคืนมา" อย่างใดอย่างหนึ่งก็พอ

    ตัวเลือกที่ 2-5 แต่ละประโยคใช้คำตรงตามความหมายและไม่มีคำซ้ำซ้อนกัน สื่อความได้กระชับถูกต้อง

    ดังนั้นคำตอบคือตัวเลือกที่ 1

  5. ข้อ ๕

    เสื้อตัวนี้เป็นสีฟ้าอ่อน

    คำว่า "อ่อน" ในประโยคข้างต้นหมายความว่าอย่างไร

    1. ๑.มีสีจางไม่เข้ม
    2. ๒.ไม่แข็งแรง เพลียง่าย
    3. ๓.นุ่ม ไม่แข็ง เมื่อสัมผัส
    4. ๔.ยังไม่มีประสบการณ์มาก
    5. ๕.ยอมทำตามโดยไม่ขัดขืน
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ มีสีจางไม่เข้ม

    คำว่า "อ่อน" เป็นคำที่มีหลายความหมายในภาษาไทย ต้องพิจารณาจากบริบทของประโยคที่ใช้จริง ไม่ใช่ความหมายใดความหมายหนึ่งตายตัว

    ในประโยคนี้ "อ่อน" ประกอบกับ "สีฟ้า" ซึ่งเป็นคำบอกสี บริบทจึงชี้ว่ากำลังพูดถึงระดับความเข้ม-จางของสี ไม่ใช่เรื่องร่างกายหรือพฤติกรรม

    ความหมาย "มีสีจางไม่เข้ม" ตรงกับบริบทนี้พอดี ตรงกับตัวเลือกที่ 1

    ตัวเลือกที่ 2-5 เป็นความหมายอื่นของคำว่า "อ่อน" (อ่อนแอทางร่างกาย, นุ่มเมื่อสัมผัส, ขาดประสบการณ์, ยอมทำตาม) ไม่มีคำใดในประโยคบ่งชี้ถึงความหมายเหล่านั้น จึงไม่ใช่คำตอบ

    ดังนั้นคำตอบคือตัวเลือกที่ 1

เคล็ดลับทำข้อสอบการสื่อความหมาย

  • อย่าตอบจากความหมายที่คุ้นชินที่สุดของคำ ให้กลับไปเช็คกับบริบทของประโยคเสมอ
  • คำไทยหลายคำมีทั้งความหมายตรงตัวและความหมายเชิงเปรียบเทียบ อ่านทั้งประโยคก่อนตัดสินว่าใช้แบบไหน
  • โจทย์กลุ่มความหมายมักมีคำหนึ่งที่ดูคล้ายแต่จัดอยู่คนละกลุ่ม ตรวจทุกตัวเลือกให้ครบก่อนตอบ
  • ถ้าไม่แน่ใจความหมายของคำยาก ให้ดูจากส่วนประกอบของคำและบริบทประกอบกันแทนการเดา

คำถามที่พบบ่อย

การสื่อความหมายต่างจากการใช้ภาษาอย่างไร

การสื่อความหมายถามว่าคำหรือข้อความนั้นแปลว่าอะไร ส่วนการใช้ภาษาถามว่าคำหรือประโยคนั้นใช้ในระดับภาษาและบริบทแบบไหนจึงจะเหมาะสม ไม่ได้ถามเรื่องความหมายของคำโดยตรง

การสื่อความหมาย TGAT2 ยากไหม

ยากตรงที่ต้องเลือกความหมายที่ตรงกับบริบทของประโยค ไม่ใช่ความหมายที่คุณคุ้นเคยที่สุด ถ้าฝึกอ่านบริบทให้ละเอียดก่อนตัดสินความหมาย ข้อสอบส่วนนี้จะทำได้แม่นขึ้น

ฝึกการสื่อความหมายให้แม่นขึ้นได้อย่างไร

ลองแยกให้ออกก่อนว่าโจทย์ถามความหมายตรงตัว ความหมายโดยนัย หรือความกำกวม เพราะแต่ละแบบมีจุดสังเกตต่างกัน แล้วฝึกทำโจทย์ตัวอย่างซ้ำจนคุณเห็นรูปแบบตัวเลือกลวงที่ข้อสอบมักใช้

เริ่มฝึกกับ AllTCAS ฟรี

ครบทุกฟีเจอร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย