TGAT2 การคิดอย่างมีเหตุผล · ความสามารถทางภาษา
แนวข้อสอบการเข้าใจภาษา TGAT2 พร้อมเฉลยทีละขั้น ลองทำจับเวลาได้
ข้อสอบให้ประโยคหรือข้อความที่มีช่องว่าง แล้วให้คุณเลือกคำที่เติมแล้วได้ความถูกต้องและเข้ากับน้ำเสียงของเรื่องที่สุด วัดว่าคุณเลือกใช้คำได้แม่นยำแค่ไหน
อัปเดตล่าสุด
การเข้าใจภาษาคือข้อสอบแบบไหน
การเข้าใจภาษาเป็นโจทย์ในส่วนความสามารถทางภาษาของ TGAT2 รูปแบบข้อสอบคือการเติมคำในช่องว่าง หรือที่เรียกว่าเติมคำ (cloze) โดยให้ประโยคหรือข้อความที่เว้นช่องว่างไว้หนึ่งจุดขึ้นไป แล้วให้เลือกคำที่เติมแล้วเข้ากับเนื้อความที่สุด
รูปแบบที่เจอบ่อยมีทั้งการเติมสำนวนหรือสุภาษิตทั้งวลีที่ถูกเว้นไว้เป็นช่องว่าง การเลือกคำที่ใกล้เคียงกันแต่มีน้ำเสียงหรือความหมายต่างกันเล็กน้อย การเลือกคำที่มักใช้คู่กันในภาษาไทย และข้อความยาวที่มีช่องว่างหลายจุดให้เติมคำที่สัมพันธ์กันทั้งข้อความ
จุดที่ต่างจากโจทย์ภาษาอีกสามแบบคือ การเข้าใจภาษาเป็นโจทย์เดียวที่มีช่องว่างให้เติมคำจริงๆ ไม่ได้ถามความหมายของคำเดี่ยวแบบการสื่อความหมาย ไม่ได้ถามระดับภาษาแบบการใช้ภาษา และไม่ได้ให้อ่านบทอ่านยาวเพื่อตีความแบบการอ่าน แต่วัดว่าคุณเลือกคำที่ใช่ที่สุดมาเติมในบริบทที่กำหนดได้หรือไม่
ในแอป AllTCAS โจทย์การเข้าใจภาษามีเฉลยที่บอกความหมายของคำแต่ละตัวเลือกพร้อมที่มา ให้เห็นว่าทำไมคำที่ถูกจึงเข้ากับช่องว่างนั้นที่สุดและคำอื่นผิดตรงไหน
วิธีคิดทีละขั้น
- อ่านประโยคหรือข้อความทั้งหมดก่อนเติม อย่ามองแค่คำรอบช่องว่างจุดเดียว
- ดูน้ำเสียงและบริบทของทั้งข้อความว่าเป็นทางการ กันเอง จริงจัง หรือประชด เพื่อเลือกคำที่เข้ากับโทนนั้น
- ถ้าเป็นสำนวนหรือสุภาษิต ให้นึกถึงสำนวนที่คุ้นเคยก่อน แล้วเช็คว่าคำที่ให้มาตรงกับสำนวนนั้นจริงหรือไม่
- ลองแทนแต่ละตัวเลือกลงในช่องว่างแล้วอ่านทวนทั้งประโยค ตัวเลือกที่ทำให้ความหมายเพี้ยนหรือขัดกับส่วนอื่นของข้อความคือคำผิด
- ถ้ามีช่องว่างหลายจุด ให้เติมจุดที่มั่นใจที่สุดก่อน แล้วใช้คำที่เติมแล้วช่วยกำหนดทิศทางของช่องที่เหลือ
โจทย์ตัวอย่างการเข้าใจภาษาพร้อมเฉลย
โจทย์ชุดนี้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายรูปแบบ อ่านเฉลยทีละข้อหรือลองทำแบบจับเวลาก็ได้ ในแอปมีโจทย์ให้ฝึกไม่ซ้ำและเฉลยแสดงทีละขั้นบนหน้าจอ
ข้อ ๑
คุณสมชายทำงานเบื้องหลังทุกโครงการของบริษัทมาหลายปี คอยแก้ปัญหาและช่วยเหลือทีมอยู่เสมอโดยไม่เคยขอเครดิตหรือออกสื่อเลยสักครั้ง เพื่อนร่วมงานจึงมักพูดว่าเขาเป็นคนที่ทำงานแบบ ____
สำนวนใดเติมในช่องว่างได้เหมาะสมที่สุด
- ๑.ปิดทองหลังพระ
- ๒.ขายผ้าเอาหน้ารอด
- ๓.หน้าไหว้หลังหลอก
- ๔.ชักแม่น้ำทั้งห้า
- ๕.ตีปลาหน้าไซ
ดูเฉลยและวิธีคิด
คำตอบ: ข้อ ๑ ปิดทองหลังพระ
ข้อความบอกว่าคุณสมชายทำงานเบื้องหลังมาตลอดโดยไม่เคยขอเครดิตหรือออกสื่อ ช่องว่างจึงต้องเป็นสำนวนที่หมายถึงทำความดีโดยไม่หวังให้ใครเห็นหรือยกย่อง
"ปิดทองหลังพระ" หมายถึงทำความดีหรือทำประโยชน์โดยไม่ประสงค์ให้ผู้อื่นรู้เห็นหรือยกย่อง ตรงกับพฤติกรรมของคุณสมชายทุกประการ จึงเป็นคำตอบที่ถูก
"ขายผ้าเอาหน้ารอด" หมายถึงยอมเสียสละสิ่งของมีค่าเพื่อรักษาชื่อเสียงหรือหน้าตาให้พ้นความอับอายเฉพาะหน้า ไม่เกี่ยวกับการทำงานเบื้องหลังโดยไม่หวังเครดิต จึงตัดออก
"หน้าไหว้หลังหลอก" หมายถึงต่อหน้าทำดีเสแสร้ง แต่ลับหลังกลับนินทาหรือคิดร้าย ขัดกับข้อความที่บรรยายว่าคุณสมชายช่วยเหลือทีมอย่างจริงใจ จึงไม่ตรง
"ชักแม่น้ำทั้งห้า" หมายถึงพูดจาหว่านล้อมยกเหตุผลต่างๆ นานาเพื่อให้อีกฝ่ายคล้อยตาม ไม่เกี่ยวกับการทำงานเงียบๆ โดยไม่ขอเครดิตเลย จึงตัดออก
"ตีปลาหน้าไซ" หมายถึงพูดหรือทำสิ่งใดที่ทำให้ผู้อื่นเสียประโยชน์ที่กำลังจะได้รับอยู่แล้ว ตรงข้ามกับพฤติกรรมของคุณสมชายที่คอยช่วยเหลือทีม จึงไม่เหมาะ
ข้อ ๒
ช่วงนี้สินค้าที่ร้านของเจ๊แดงขายดีเป็นพิเศษเพราะมีคนพูดถึงในโซเชียลมีเดียจำนวนมาก เจ๊แดงจึงรีบสั่งของเข้าร้านเพิ่มและขยายเวลาเปิดขายทันที เพื่อนบ้านเห็นแล้วเปรยว่าเจ๊แดงทำถูกแล้ว เพราะ ____
สุภาษิตใดเติมในช่องว่างได้เหมาะสมที่สุด
- ๑.น้ำขึ้นให้รีบตัก
- ๒.น้ำนิ่งไหลลึก
- ๓.น้ำท่วมปาก
- ๔.น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า
- ๕.น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา
ดูเฉลยและวิธีคิด
คำตอบ: ข้อ ๑ น้ำขึ้นให้รีบตัก
เจ๊แดงรีบฉวยจังหวะที่สินค้ากำลังเป็นกระแสมาสั่งของเพิ่มและขยายเวลาขายทันที ช่องว่างจึงต้องเป็นสุภาษิตที่สื่อถึงการรีบทำสิ่งใดเมื่อมีโอกาสเหมาะ ก่อนโอกาสนั้นจะผ่านไป
"น้ำขึ้นให้รีบตัก" หมายถึงเมื่อมีโอกาสดีเข้ามาต้องรีบฉวยไว้ทันที อย่าปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ ตรงกับการที่เจ๊แดงรีบสั่งของเพิ่มตอนสินค้ากำลังขายดี จึงเป็นคำตอบที่ถูก
"น้ำนิ่งไหลลึก" หมายถึงคนที่มีท่าทีสงบเสงี่ยมมักมีความคิดหรือสติปัญญาลึกซึ้ง ไม่เกี่ยวกับการฉวยโอกาสทางธุรกิจเลย จึงตัดออก
"น้ำท่วมปาก" หมายถึงรู้ความจริงแต่พูดออกมาไม่ได้เพราะเกรงจะมีภัยแก่ตัวเองหรือมีส่วนพัวพันอยู่ด้วย ไม่เกี่ยวกับสถานการณ์ในข้อความเลย จึงไม่ตรง
"น้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า" หมายถึงการพึ่งพาอาศัยกันเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ไม่เกี่ยวกับจังหวะเวลาหรือโอกาส จึงตัดออก
"น้ำมาปลากินมด น้ำลดมดกินปลา" หมายถึงผลัดกันได้เปรียบเสียเปรียบตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป ไม่ตรงกับบริบทที่เน้นการรีบฉวยโอกาสไว้ก่อน จึงไม่เหมาะ
ข้อ ๓
ยายของฉันใช้จ่ายอย่าง ____ มาตลอดชีวิต เก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อส่งลูกหลานเรียนหนังสือ ทั้งที่มีรายได้จากการขายของในตลาดไม่มากนัก
คำใดเติมในช่องว่างแล้วให้น้ำเสียงเชิงบวกและตรงความหมายที่สุด
- ๑.ประหยัด
- ๒.ขี้เหนียว
- ๓.สุรุ่ยสุร่าย
- ๔.เงียบขรึม
- ๕.เชื่องช้า
ดูเฉลยและวิธีคิด
คำตอบ: ข้อ ๑ ประหยัด
ข้อความยกย่องยายว่าเก็บเงินทุกบาททุกสตางค์เพื่อส่งลูกหลานเรียนหนังสือทั้งที่รายได้ไม่มาก เป็นการบรรยายเชิงบวก ช่องว่างจึงต้องเป็นคำที่มีน้ำเสียงชื่นชม ไม่ใช่คำตำหนิ
"ประหยัด" หมายถึงรู้จักใช้จ่ายอย่างคุ้มค่า ไม่ฟุ่มเฟือย เป็นคำเชิงบวกที่ตรงกับพฤติกรรมเก็บเงินเพื่อลูกหลานของยาย จึงเป็นคำตอบที่ถูก
"ขี้เหนียว" หมายถึงตระหนี่จนเกินควร แม้ความหมายใกล้เคียงเรื่องการใช้จ่าย แต่เป็นคำเชิงลบที่ขัดกับน้ำเสียงยกย่องของข้อความ จึงไม่เหมาะ
"สุรุ่ยสุร่าย" หมายถึงใช้จ่ายเกินตัวอย่างไม่ระมัดระวัง มีความหมายตรงข้ามกับสิ่งที่ยายทำโดยสิ้นเชิง จึงตัดออก
"เงียบขรึม" หมายถึงมีท่าทีนิ่งไม่ค่อยพูด เป็นเรื่องบุคลิกไม่ใช่การใช้จ่าย คนละแวดวงความหมายกับที่โจทย์ถาม จึงไม่ตรง
"เชื่องช้า" หมายถึงทำอะไรช้า ไม่เกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเงินเลย คนละแวดวงความหมายเช่นกัน จึงตัดออก
ข้อ ๔
ผู้บริหารคนใหม่มีชื่อเสียงในเรื่องการตัดสินใจอย่าง ① แต่ในขณะเดียวกันก็ ② รับฟังความเห็นของทีมงานทุกครั้งก่อนลงมือทำจริง
คำคู่ใดเติมในช่อง ① และ ② แล้วเหมาะสมที่สุดทั้งสองช่อง
- ๑.เด็ดขาด / เปิดกว้าง
- ๒.เด็ดขาด / ปิดกั้น
- ๓.ลังเล / เปิดกว้าง
- ๔.รวดเร็ว / ปิดบัง
- ๕.เด็ดขาด / เชื่องช้า
ดูเฉลยและวิธีคิด
คำตอบ: ข้อ ๑ เด็ดขาด / เปิดกว้าง
ช่อง ① ต้องเป็นคำที่ทำให้ "มีชื่อเสียงในเรื่องการตัดสินใจ" ฟังดูเป็นจุดเด่นเชิงบวก ส่วนช่อง ② ต้องเป็นคำที่ไปกับ "รับฟังความเห็นของทีมงานทุกครั้ง" ได้อย่างเป็นธรรมชาติและไม่ขัดแย้งกัน
"เด็ดขาด / เปิดกว้าง" — เด็ดขาดสื่อถึงการตัดสินใจที่หนักแน่นชัดเจน เป็นจุดเด่นที่ทำให้มีชื่อเสียงได้จริง ส่วนเปิดกว้างเข้าคู่กับรับฟังความเห็นได้พอดี ทั้งสองช่องจึงเข้ากับบริบท เป็นคำตอบที่ถูก
"เด็ดขาด / ปิดกั้น" ช่อง ① ใช้ได้ แต่ปิดกั้นมีความหมายตรงข้ามกับการรับฟังความเห็น ขัดกับท้ายประโยคที่บอกว่ารับฟังทุกครั้ง จึงตัดออก
"ลังเล / เปิดกว้าง" ช่อง ② ใช้ได้ แต่ลังเลเป็นลักษณะเชิงลบที่ขัดกับการ "มีชื่อเสียงในเรื่องการตัดสินใจ" ซึ่งควรเป็นจุดเด่นเชิงบวก จึงไม่เหมาะ
"รวดเร็ว / ปิดบัง" ช่อง ① พอเข้าบริบทได้ แต่ปิดบังหมายถึงซ่อนเร้นข้อมูล ไม่เข้ากับ "รับฟังความเห็นของทีมงาน" เลย จึงตัดออก
"เด็ดขาด / เชื่องช้า" ช่อง ① ใช้ได้ แต่เชื่องช้าหมายถึงทำอะไรช้า คนละแวดวงความหมายกับการรับฟังความเห็น ทำให้ประโยคขาดความสัมพันธ์กัน จึงไม่ตรง
ข้อ ๕
ทีมงานฝ่ายขายประชุมกันเพื่อสรุปยอดขายไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งลดลงจากไตรมาสก่อนหน้าอย่าง ① หัวหน้าทีมจึงเสนอให้ทุกคนช่วยกัน ② หาสาเหตุ ก่อนวางแผนกลยุทธ์ใหม่สำหรับไตรมาสถัดไป
คำคู่ใดเติมในช่อง ① และ ② แล้วเหมาะสมที่สุดทั้งสองช่อง
- ๑.เห็นได้ชัด / วิเคราะห์
- ๒.เห็นได้ชัด / ปกปิด
- ๓.เล็กน้อย / วิเคราะห์
- ๔.เห็นได้ชัด / ละเลย
- ๕.ล่าช้า / วิเคราะห์
ดูเฉลยและวิธีคิด
คำตอบ: ข้อ ๑ เห็นได้ชัด / วิเคราะห์
ช่อง ① ต้องขยาย "ลดลง" ให้ได้ระดับที่สมเหตุสมผลกับการที่ทีมต้องหาสาเหตุและวางแผนกลยุทธ์ใหม่ทั้งไตรมาส ส่วนช่อง ② ต้องเป็นคำที่ไปกับ "ช่วยกัน...หาสาเหตุ" ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
"เห็นได้ชัด / วิเคราะห์" — เห็นได้ชัดสื่อว่ายอดขายลดลงในระดับที่สังเกตเห็นได้จริง สมเหตุสมผลกับการที่ทีมต้องถึงกับวางแผนกลยุทธ์ใหม่ทั้งไตรมาส และวิเคราะห์เข้าคู่กับ "หาสาเหตุ" ได้พอดี ทั้งสองช่องจึงถูกต้อง
"เห็นได้ชัด / ปกปิด" ช่อง ① ใช้ได้ แต่ปกปิดหมายถึงซ่อนไม่ให้รู้ ขัดกับการที่ทีมกำลังช่วยกันหาสาเหตุอย่างเปิดเผย จึงตัดออก
"เล็กน้อย / วิเคราะห์" ช่อง ② ใช้ได้ แต่เล็กน้อยขัดกับบริบทที่ทีมต้องถึงกับวางแผนกลยุทธ์ใหม่ทั้งไตรมาส ซึ่งบ่งชี้ว่ายอดขายลดลงมากกว่าระดับเล็กน้อย จึงไม่เหมาะ
"เห็นได้ชัด / ละเลย" ช่อง ① ใช้ได้ แต่ละเลยหมายถึงไม่ใส่ใจ ตรงข้ามกับการที่ทีมกำลังตั้งใจหาสาเหตุ จึงไม่ตรง
"ล่าช้า / วิเคราะห์" ช่อง ② ใช้ได้ แต่ล่าช้าหมายถึงช้ากว่ากำหนดเวลา ไม่ใช่คำที่ใช้ขยายระดับการลดลงของยอดขาย จึงเข้าคู่กันผิด
เคล็ดลับทำข้อสอบการเข้าใจภาษา
- คำที่ความหมายใกล้เคียงกันมักต่างกันที่น้ำเสียงหรือระดับความหนักเบา อ่านทั้งประโยคเพื่อจับความต่างนั้น
- สำนวนและสุภาษิตไทยมักมีรูปคำตายตัว อย่าเลือกคำที่แค่ความหมายใกล้เคียงแต่ไม่ใช่คำที่ใช้จริงในสำนวนนั้น
- คำบางคู่ในภาษาไทยใช้เข้าคู่กันเป็นธรรมเนียม การรู้จักคู่คำที่ใช้บ่อยช่วยตัดตัวเลือกได้เร็ว
- ถ้าข้อความมีหลายช่องว่าง ให้เติมทุกช่องแล้วอ่านทวนทั้งข้อความอีกครั้งก่อนตอบ เพราะบางคำเข้ากับช่องเดียวแต่ขัดกับช่องอื่น
คำถามที่พบบ่อย
การเข้าใจภาษาต่างจากการอ่านอย่างไร
การเข้าใจภาษาเป็นการเติมคำในช่องว่างของประโยคหรือข้อความสั้น ไม่ได้ให้อ่านบทอ่านยาวเพื่อจับใจความแบบการอ่าน และไม่ได้ถามระดับภาษาแบบการใช้ภาษา
การเข้าใจภาษา TGAT2 ยากไหม
ยากตรงที่ตัวเลือกมักมีความหมายใกล้เคียงกันมาก ต่างกันแค่น้ำเสียงหรือระดับความหนักเบา ถ้าอ่านทั้งประโยคแล้วลองแทนแต่ละตัวเลือกดูก่อนตัดสินใจ คุณจะแยกความต่างได้ชัดขึ้น
การเข้าใจภาษา TGAT2 มีเทคนิคอะไรบ้าง
เทคนิคคือดูน้ำเสียงของทั้งข้อความก่อนเลือกคำ ถ้าเป็นสำนวนหรือสุภาษิตให้นึกถึงรูปคำที่คุ้นเคยแล้วเช็คว่าตรงกับตัวเลือกจริงหรือไม่ และถ้ามีช่องว่างหลายจุดให้เติมจุดที่มั่นใจที่สุดก่อนเสมอ