A-Level ชีววิทยา · ระบบและการทำงานต่าง ๆ ของสัตว์และมนุษย์

ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน A-Level ชีววิทยา (ชีวะ) โจทย์ชี้ตำแหน่งบนภาพพร้อมเฉลย ลองทำจับเวลาได้

ข้อสอบให้ภาพระบบน้ำเหลือง อวัยวะน้ำเหลือง หรือเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกันมา แล้วให้คุณชี้ว่าจุดที่ลูกศรชี้คืออะไรหรือทำหน้าที่อะไร วัดว่าคุณเชื่อมโครงสร้างกับกลไกการป้องกันร่างกายได้แม่นแค่ไหน

อัปเดตล่าสุด

ข้อสอบระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันถามอะไรบ้าง

บทระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันในข้อสอบ A-Level ชีววิทยาแบ่งเป็นสองส่วนที่ต่อกัน ส่วนแรกคือน้ำเหลือง หลอดน้ำเหลือง และอวัยวะน้ำเหลือง ส่วนที่สองคือการป้องกันร่างกาย ทั้งภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกัน

โจทย์มักให้ภาพเครือข่ายหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกายที่มีต่อมน้ำเหลืองเรียงอยู่ ภาพอวัยวะน้ำเหลืองอย่างม้าม ต่อมไทมัส ต่อมทอนซิล หรือภาพเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดต่างๆ กับโมเลกุลแอนติบอดี แล้วมีลูกศรชี้จุดหนึ่งให้คุณตอบว่าโครงสร้างนั้นชื่ออะไรหรือทำหน้าที่อะไร

กับดักที่พบบ่อยคืออวัยวะน้ำเหลืองที่ทำหน้าที่ต่างกันแต่ถูกจำรวมกัน เช่น ต่อมไทมัสที่เป็นแหล่งเจริญของเซลล์ที กับม้ามที่กรองเลือด และการแยกบทบาทของเซลล์เม็ดเลือดขาวแต่ละชนิดในภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะกับแบบจำเพาะ คนที่จำได้แค่ชื่อมักตอบผิดเมื่อโจทย์ถามว่าจุดนั้นทำหน้าที่อะไร

ในแอป AllTCAS โจทย์บทนี้ใช้ภาพจากตำราจริงที่มีลูกศรชี้โครงสร้างหนึ่งจุด บางข้อถามตรงว่าจุดนั้นคืออะไรหรือทำหน้าที่อะไร บางข้อกลับด้านให้คุณหาว่าจุด A ถึง E จุดไหนคือโครงสร้างที่โจทย์ถาม ตัวเลือกมี 5 ข้อ เฉลยอธิบายเหตุผลของทุกตัวเลือก และเลือกฝึกเฉพาะหัวข้อย่อยในบทได้

หัวข้อย่อยที่เลือกฝึกได้

  • น้ำเหลืองและหลอดน้ำเหลือง
  • อวัยวะน้ำเหลือง
  • ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ
  • ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ
  • ความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน

วิธีอ่านภาพให้ตอบได้

  1. มองภาพรวมก่อนว่าเป็นภาพเครือข่ายน้ำเหลืองทั้งร่างกาย ภาพอวัยวะเดี่ยว หรือภาพระดับเซลล์และโมเลกุล
  2. ถ้าเป็นภาพทั้งร่างกาย ให้ใช้ตำแหน่งของอวัยวะเป็นตัวช่วย เช่น อวัยวะที่อยู่ในช่องอกเหนือหัวใจ หรืออวัยวะที่อยู่ช่องท้องด้านซ้ายใกล้กระเพาะ
  3. ถ้าเป็นภาพเซลล์ ให้ดูรูปร่างของนิวเคลียสและขนาดเซลล์ก่อน แล้วค่อยนึกว่าเซลล์ชนิดนั้นทำงานในภูมิคุ้มกันแบบไหน
  4. ถ้าจำชื่อไม่ได้ให้นึกถึงหน้าที่ก่อน เช่น โครงสร้างรูปตัว Y ที่จับกับสิ่งแปลกปลอมอย่างจำเพาะคือแอนติบอดี
  5. อ่านตัวเลือกให้ครบทั้ง 5 ข้อก่อนตอบ เพราะตัวเลือกลวงมักเป็นอวัยวะหรือเซลล์ที่อยู่ในระบบเดียวกัน
  6. ถ้าโจทย์กลับด้านถามหาจุด A ถึง E ให้ทวนหน้าที่ของโครงสร้างที่ถามก่อน แล้วค่อยไล่หาตำแหน่งบนภาพที่ตรงกับหน้าที่นั้น

โจทย์ตัวอย่างระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันพร้อมเฉลย

โจทย์ชุดนี้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายรูปแบบ อ่านเฉลยทีละข้อหรือลองทำแบบจับเวลาก็ได้ ในแอปมีโจทย์ให้ฝึกไม่ซ้ำและเฉลยแสดงทีละขั้นบนหน้าจอ

  1. ข้อ

    ภาพแผงภาพเซลล์ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะหลายชนิด มีลูกศรชี้เซลล์ที่กำลังยื่นขาเทียมโอบล้อมสิ่งแปลกปลอม

    ภาพนี้เป็นแผงภาพเซลล์ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะหลายชนิด จุดที่ลูกศรชี้ในภาพคือเซลล์ใด

    1. .มาสต์เซลล์
    2. .เซลล์เอ็นเค
    3. .แมโครฟาจ
    4. .โมโนไซต์
    5. .นิวโทรฟิล
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ แมโครฟาจ

    เซลล์ที่จุดชี้มีขาเทียมยื่นออกมาโอบล้อมสิ่งแปลกปลอมไว้ ลักษณะนี้ต่างจากเซลล์อื่นในแผงภาพที่ไม่มีขาเทียมแบบนี้ คุณต้องมองหาลักษณะการยื่นขาเทียมโอบกินเป็นตัวชี้

    แมโครฟาจเป็นเซลล์ที่ยื่นขาเทียมโอบล้อมและกลืนกินสิ่งแปลกปลอมด้วยกระบวนการฟาโกไซโทซิส ตรงกับลักษณะเซลล์ที่กำลังโอบล้อมวัตถุในภาพ คำตอบจึงถูกต้อง

    มาสต์เซลล์มีแกรนูลบรรจุฮิสตามีนอยู่ภายในเซลล์ ไม่ใช่เซลล์ที่กำลังยื่นขาเทียมโอบกินในภาพ

    เซลล์เอ็นเคทำลายเซลล์เป้าหมายโดยตรงโดยไม่ต้องจดจำแอนติเจนเฉพาะ ไม่ใช่เซลล์ที่จุดชี้ซึ่งกำลังกลืนกินสิ่งแปลกปลอม

    โมโนไซต์เป็นเซลล์ตั้งต้นที่ยังไม่เปลี่ยนรูปเป็นแมโครฟาจ ส่วนนิวโทรฟิลมีนิวเคลียสหลายพู ทั้งคู่มีรูปร่างต่างจากเซลล์ที่กำลังโอบล้อมสิ่งแปลกปลอมที่จุดชี้

  2. ข้อ

    ภาพแผนภาพตัดขวางต่อมน้ำเหลือง มีลูกศรชี้บริเวณรอบนอกของเนื้อต่อมถัดจากแคปซูล

    ภาพนี้เป็นแผนภาพตัดขวางต่อมน้ำเหลือง แสดงแคปซูล คอร์เท็กซ์ เมดัลลา และช่องทางไหลของน้ำเหลือง จุดที่ลูกศรชี้คือบริเวณใด

    1. .เมดัลลา
    2. .ช่องที่น้ำเหลืองไหลผ่าน
    3. .แคปซูล
    4. .คอร์เท็กซ์
    5. .ผนังกั้น
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ คอร์เท็กซ์

    บริเวณที่จุดชี้อยู่ถัดจากแคปซูลด้านนอกเข้ามา เป็นบริเวณที่ลิมโฟไซต์มารวมกลุ่มกันแน่น คุณต้องแยกจากเมดัลลาซึ่งอยู่ถัดเข้าไปด้านในสุดของต่อม

    คอร์เท็กซ์เป็นบริเวณรอบนอกของเนื้อต่อมน้ำเหลือง ถัดจากแคปซูลเข้ามา เป็นที่ที่ลิมโฟไซต์รวมกลุ่มกันหนาแน่นเพื่อตอบสนองต่อแอนติเจน ตรงกับตำแหน่งในภาพ คำตอบจึงถูกต้อง

    เมดัลลาอยู่ถัดจากคอร์เท็กซ์เข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ใกล้ขั้วต่อมมากกว่า คนละตำแหน่งกับจุดที่ชี้

    ช่องที่น้ำเหลืองไหลผ่านเป็นช่องว่างที่แทรกอยู่ระหว่างเนื้อเยื่อ ไม่ใช่บริเวณที่ลิมโฟไซต์รวมกลุ่มกันแน่นแบบจุดที่ชี้

    แคปซูลเป็นเยื่อหุ้มชั้นนอกสุดของต่อม ส่วนผนังกั้นเป็นแผ่นเนื้อเยื่อที่แยกช่องภายในต่อม ทั้งคู่อยู่คนละตำแหน่งกับคอร์เท็กซ์ที่จุดชี้

  3. ข้อ

    ภาพแผนภาพโครงสร้างสายหนักและสายเบาของแอนติบอดี มีลูกศรชี้ปลายแขนที่ใช้จับแอนติเจน

    ภาพนี้เป็นแผนภาพโครงสร้างสายหนักและสายเบาของแอนติบอดี จุดที่ลูกศรชี้คือบริเวณจับแอนติเจน ทำหน้าที่ใด

    1. .จับกับส่วนของแอนติเจนอย่างจำเพาะ เพราะมีรูปร่างสามมิติที่พอดีกับแอนติเจนนั้นเท่านั้น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองได้เฉพาะเจาะจง
    2. .ยึดโครงสร้างสายหนักและสายเบาของแอนติบอดีเข้าด้วยกันด้วยพันธะโควาเลนต์
    3. .กระตุ้นให้เซลล์บีเปลี่ยนรูปเป็นพลาสมาเซลล์โดยตรง
    4. .ลำเลียงแอนติบอดีที่สร้างเสร็จแล้วออกจากเซลล์
    5. .จับกับตัวรับบนผิวแมโครฟาจเพื่อกระตุ้นการฟาโกไซโทซิส
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ จับกับส่วนของแอนติเจนอย่างจำเพาะ เพราะมีรูปร่างสามมิติที่พอดีกับแอนติเจนนั้นเท่านั้น ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันตอบสนองได้เฉพาะเจาะจง

    จุดที่ชี้อยู่ปลายสุดของแขนแอนติบอดี ตรงบริเวณที่สายหนักและสายเบามาบรรจบกัน คุณต้องแยกจากบริเวณแปรผันและบริเวณคงที่ซึ่งเป็นส่วนของสายเดี่ยวแต่ละสาย ไม่ใช่จุดปลายที่ใช้จับแอนติเจนโดยตรง

    บริเวณจับแอนติเจนเกิดจากส่วนปลายของบริเวณแปรผันของสายหนักและสายเบามาประกบกัน ทำให้เกิดรูปร่างสามมิติที่จำเพาะกับแอนติเจนชนิดใดชนิดหนึ่งเท่านั้น เป็นพื้นฐานของความจำเพาะในระบบภูมิคุ้มกัน ตรงกับตำแหน่งปลายแขนในภาพ คำตอบจึงถูกต้อง

    การยึดสายหนักและสายเบาเข้าด้วยกันเป็นหน้าที่ของพันธะไดซัลไฟด์ตลอดความยาวของโมเลกุล ไม่ใช่หน้าที่เฉพาะของบริเวณจับแอนติเจน

    การกระตุ้นให้เซลล์บีเปลี่ยนเป็นพลาสมาเซลล์ต้องอาศัยสัญญาณจากเซลล์ทีผู้ช่วยร่วมด้วย ไม่ใช่หน้าที่โดยตรงของบริเวณจับแอนติเจนบนแอนติบอดี

    การลำเลียงแอนติบอดีออกจากเซลล์เป็นหน้าที่ของระบบขนส่งภายในพลาสมาเซลล์ ส่วนการกระตุ้นฟาโกไซโทซิสเป็นผลจากแอนติบอดีทั้งโมเลกุลเกาะติดสิ่งแปลกปลอม ไม่ใช่หน้าที่จำเพาะของบริเวณจับแอนติเจนเพียงจุดเดียว

  4. ข้อ

    ภาพแผนภาพลำดับการกระตุ้นเซลล์บี ตั้งแต่จับแอนติเจน รับสัญญาณจากเซลล์ทีผู้ช่วย จนเปลี่ยนเป็นเซลล์ที่มีเยื่อเรียงซ้อนหลายชั้นและหลั่งแอนติบอดีรูปตัว Y มีลูกศรชี้เซลล์ปลายทางเซลล์หนึ่งที่มุมขวาล่าง

    ภาพนี้แสดงลำดับเหตุการณ์ตั้งแต่เซลล์บีพบแอนติเจน ได้รับสัญญาณจากเซลล์ที จนเปลี่ยนเป็นเซลล์ปลายทางที่มุมขวาล่างของภาพ จุดที่ลูกศรชี้คือเซลล์ใด

    1. .เซลล์ทีผู้ช่วย
    2. .เซลล์บีความจำ
    3. .พลาสมาเซลล์
    4. .เซลล์บีที่กลืนแอนติเจนเข้าไป
    5. .แมโครฟาจ
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ พลาสมาเซลล์

    ไล่ลูกศรในภาพจากบนลงล่าง เซลล์บีจับแอนติเจนด้วยตัวรับบนผิว กลืนแอนติเจนเข้าไปแล้วนำชิ้นส่วนมาแสดงบนผิวเซลล์ เมื่อเซลล์ทีผู้ช่วยเข้ามาจับและหลั่งไซโทไคน์ เซลล์บีจะแบ่งตัวและเปลี่ยนสภาพเป็นเซลล์ปลายทางที่จุดชี้ ซึ่งภายในมีเยื่อเรียงซ้อนเป็นชั้นโค้งหลายชั้น

    พลาสมาเซลล์คือเซลล์บีที่เปลี่ยนสภาพแล้ว ภายในมีร่างแหเอนโดพลาซึมชนิดผิวขรุขระจำนวนมากเรียงซ้อนกัน เพราะต้องสังเคราะห์โปรตีนแอนติบอดีปริมาณมากแล้วหลั่งออกนอกเซลล์ สังเกตได้จากแอนติบอดีรูปตัว Y ที่อยู่รอบเซลล์ในภาพ คำตอบจึงถูกต้อง

    เซลล์ทีผู้ช่วยคือเซลล์รูปร่างไม่เรียบที่เข้ามาจับกับเซลล์บีช่วงกลางภาพแล้วหลั่งไซโทไคน์ เป็นตัวกระตุ้นเซลล์บี ไม่ใช่เซลล์ที่สร้างแอนติบอดี

    เซลล์บีความจำก็เกิดจากการแบ่งตัวของเซลล์บีที่ถูกกระตุ้นเช่นกัน แต่ไม่ได้หลั่งแอนติบอดีปริมาณมากทันที ทำหน้าที่จดจำแอนติเจนไว้ให้ร่างกายตอบสนองได้เร็วขึ้นเมื่อพบแอนติเจนเดิมซ้ำ

    เซลล์บีที่กลืนแอนติเจนเข้าไปอยู่ช่วงต้นของภาพและยังไม่เปลี่ยนสภาพ ส่วนแมโครฟาจเป็นเซลล์ในภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะที่กลืนกินสิ่งแปลกปลอม ไม่ได้สร้างแอนติบอดี

  5. ข้อ

    ภาพแผนภาพเปรียบเทียบภูมิคุ้มกันแบบสารน้ำและแบบใช้เซลล์ มีลูกศรชี้เซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมในกรอบล่าง

    ภาพนี้เป็นแผนภาพเปรียบเทียบภูมิคุ้มกันแบบสารน้ำและแบบใช้เซลล์ จุดที่ลูกศรชี้อยู่ในกรอบภูมิคุ้มกันแบบใช้เซลล์ เป็นเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมโดยตรง ทำหน้าที่ใด

    1. .จดจำเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสหรือเซลล์ผิดปกติจากชิ้นส่วนแอนติเจนบนผิวเซลล์นั้น แล้วทำลายเซลล์เป้าหมายโดยตรงจนตาย
    2. .หลั่งแอนติบอดีออกสู่กระแสเลือดเพื่อจับกับแอนติเจนที่ล่องลอยอยู่
    3. .นำเสนอชิ้นส่วนแอนติเจนให้เซลล์บีจดจำเป็นครั้งแรก
    4. .เปลี่ยนรูปเป็นพลาสมาเซลล์เพื่อผลิตแอนติบอดีจำนวนมาก
    5. .คงอยู่ในร่างกายระยะยาวเพื่อตอบสนองเร็วขึ้นเมื่อเจอแอนติเจนเดิมอีกครั้งโดยยังไม่ทำลายเซลล์ใด
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ จดจำเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสหรือเซลล์ผิดปกติจากชิ้นส่วนแอนติเจนบนผิวเซลล์นั้น แล้วทำลายเซลล์เป้าหมายโดยตรงจนตาย

    จุดที่ชี้อยู่ในกรอบภูมิคุ้มกันแบบใช้เซลล์ (cellular) ไม่ใช่กรอบภูมิคุ้มกันแบบสารน้ำ (humoral) ด้านบนที่มีเซลล์บีและแอนติบอดี คุณต้องแยกสองกรอบนี้ออกจากกันก่อนตอบหน้าที่

    เซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมโดยตรง (cytotoxic T cell) จดจำชิ้นส่วนแอนติเจนที่แสดงบนผิวเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสหรือเซลล์ผิดปกติ แล้วปล่อยสารที่กระตุ้นให้เซลล์เป้าหมายตายโดยตรง เป็นกลไกหลักของภูมิคุ้มกันแบบใช้เซลล์ จุดที่ชี้อยู่ในแถวเซลล์ทีที่แยกออกมาจากกรอบภูมิคุ้มกันแบบใช้เซลล์ คำตอบจึงถูกต้อง

    การหลั่งแอนติบอดีเป็นหน้าที่ของพลาสมาเซลล์ในกรอบภูมิคุ้มกันแบบสารน้ำด้านบน ไม่ใช่เซลล์ในกรอบแบบใช้เซลล์ที่จุดชี้

    การนำเสนอแอนติเจนครั้งแรกเป็นหน้าที่ของเซลล์นำเสนอแอนติเจน (APC) ซึ่งอยู่ต้นทางของแผนภาพ ไม่ใช่เซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอม

    การเปลี่ยนเป็นพลาสมาเซลล์เป็นเส้นทางของเซลล์บี ส่วนการคงอยู่ระยะยาวโดยไม่ทำลายเซลล์เป็นหน้าที่ของเซลล์ทีความจำ ทั้งสองข้อไม่ใช่หน้าที่ของเซลล์ทีที่ทำลายเซลล์แปลกปลอมโดยตรงที่จุดชี้

เคล็ดลับทำข้อสอบระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน

  • จำอวัยวะน้ำเหลืองแต่ละชนิดคู่กับหน้าที่หลักของมัน เช่น ต่อมน้ำเหลืองกรองน้ำเหลือง ม้ามกรองเลือด ต่อมไทมัสเป็นที่เจริญของเซลล์ที
  • แยกภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะกับแบบจำเพาะให้ชัดตั้งแต่แรก เพราะโจทย์ชอบเอาเซลล์หรือกลไกของสองแบบมาปนกันในตัวเลือก
  • จำเส้นทางน้ำเหลืองว่าไหลจากเนื้อเยื่อกลับเข้าสู่ระบบหมุนเวียนเลือด จะช่วยให้ตอบเรื่องหลอดน้ำเหลืองได้ถูกทิศทาง
  • ฝึกดูภาพเซลล์เม็ดเลือดขาวแต่ละชนิดให้คล่อง เพราะรูปร่างนิวเคลียสเป็นตัวแยกที่ภาพในข้อสอบใช้บ่อย

คำถามที่พบบ่อย

ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันมีหัวข้อย่อยอะไรบ้าง

มีทั้งน้ำเหลืองและหลอดน้ำเหลือง อวัยวะน้ำเหลือง ภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะ ภูมิคุ้มกันแบบจำเพาะ และความผิดปกติของภูมิคุ้มกัน เลือกฝึกเฉพาะหัวข้อย่อยหรือสุ่มปนกันได้ และปรับระดับความยากได้

ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกัน A-Level ชีวะ ยากไหม

ยากตรงต้องแยกอวัยวะน้ำเหลืองและเซลล์เม็ดเลือดขาวหลายชนิดที่หน้าที่ต่างกัน แล้วเชื่อมกับกลไกภูมิคุ้มกันแบบไม่จำเพาะกับแบบจำเพาะให้ถูก ฝึกดูภาพเซลล์ให้คุ้นตาบ่อยๆ จะช่วยได้มาก

ระบบน้ำเหลืองและระบบภูมิคุ้มกันต่างจากระบบหมุนเวียนเลือดอย่างไร

น้ำเหลืองไหลทางเดียวจากเนื้อเยื่อกลับเข้าสู่หลอดเลือดดำ แยกจากวงจรเลือดที่ไหลวนครบรอบ อวัยวะน้ำเหลืองอย่างม้ามและต่อมน้ำเหลืองทำหน้าที่กรองและสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกัน ไม่ได้สูบฉีดเลือดแบบหัวใจ

เริ่มฝึกกับ AllTCAS ฟรี

ครบทุกฟีเจอร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย