TGAT1 การสื่อสารภาษาอังกฤษ · ทักษะการพูด (Speaking Skill)

แนวข้อสอบบทสนทนายาว TGAT1 ฝึกเติมบทสนทนาหลายผลัดพูดพร้อมเฉลย

ข้อสอบให้บทสนทนาภาษาอังกฤษที่ยาวและมีหลายผลัดพูดมา ในบทสนทนามีช่องว่างหลายจุด แต่ละข้อถามช่องว่างทีละจุด แล้วให้คุณเลือกคำพูดที่เหมาะสมที่สุดมาเติมจากตัวเลือก 4 ข้อ

อัปเดตล่าสุด

บทสนทนายาวคือข้อสอบแบบไหน

บทสนทนายาวเป็นโจทย์ในทักษะการพูด (Speaking Skill) ของ TGAT1 โจทย์ให้บทสนทนาระหว่างคนตั้งแต่สองคนขึ้นไปที่มีหลายผลัดพูดต่อเนื่องกัน ในบทสนทนาเดียวมีช่องว่างหลายจุดที่มีตัวเลขกำกับ แต่ละข้อของหน้านี้จะถามช่องว่างทีละจุดเท่านั้น ส่วนช่องว่างจุดอื่นเติมคำตอบที่ถูกไว้แล้วให้อ่านลื่นไหล

สถานการณ์ที่เจอบ่อยมีหลายแบบ เช่น พูดคุยเรื่องสื่อบันเทิง นัดหมายทางโทรศัพท์ การติวหรือปรึกษาวิชาการ อภิปรายในห้องเรียน การเดินทางท่องเที่ยว การให้กำลังใจคนในครอบครัว หรือการร้องเรียนเรื่องบริการ

กับดักที่พบบ่อยคือการเลือกคำตอบจากแค่ผลัดพูดก่อนหน้าช่องว่างอย่างเดียว ทั้งที่ผลัดพูดถัดจากช่องว่างมักเป็นตัวชี้คำตอบที่แท้จริง เช่น การตอบรับหรือปฏิเสธที่ต้องเชื่อมกับสิ่งที่เลือกเติม คุณต้องอ่านบทสนทนาทั้งหมดให้ครบ ไม่ใช่หยุดที่ประโยคก่อนช่องว่างจุดเดียว

ในแอป AllTCAS ทุกข้อมีเฉลยอธิบายทั้งตัวเลือกที่ถูกและเหตุผลที่ตัวเลือกอื่นผิดทีละข้อ พร้อมคำแปลไทยและคำศัพท์สำคัญขีดเส้นใต้ให้แตะดูความหมายได้ทันที คำศัพท์ที่เจอยังบันทึกไปทบทวนต่อในคลังคำศัพท์ All Vocab ได้

วิธีคิดทีละขั้น

  1. อ่านบทสนทนาทั้งหมดรวดเดียวก่อน รวมผลัดพูดที่เติมคำตอบไว้แล้วด้วย เพื่อเข้าใจภาพรวม
  2. หาตำแหน่งช่องว่างที่โจทย์ถาม แล้วดูว่าผลัดพูดก่อนหน้าพูดอะไรไว้
  3. อ่านผลัดพูดถัดจากช่องว่างด้วยเสมอ เพราะมักเป็นตัวชี้ว่าคำตอบควรมีเนื้อหาแบบไหน
  4. เลือกคำพูดที่เชื่อมทั้งสองฝั่งได้พอดี ทั้งเนื้อหาและโทนอารมณ์
  5. ตัดตัวเลือกที่ฟังดูสมเหตุสมผลในตัวเองแต่ขัดกับสิ่งที่ผลัดถัดไปพูดต่อ
  6. ตรวจคำตอบกับบทสนทนาอีกครั้งก่อนยืนยัน

โจทย์ตัวอย่างบทสนทนายาวพร้อมเฉลย

โจทย์ชุดนี้แต่งขึ้นเพื่ออธิบายรูปแบบ อ่านเฉลยทีละข้อหรือลองทำแบบจับเวลาก็ได้ ในแอปมีโจทย์ให้ฝึกไม่ซ้ำและเฉลยแสดงทีละขั้นบนหน้าจอ

  1. ข้อ ๑

    A: "Have you two started prepping for Saturday's bake sale? We only have until Friday evening."

    B: "I've made a list of what to bake, but I haven't figured out how to price everything yet."

    C: "What if we use just two prices — one for small items and one for large ones?"

    A: "(1) ______"

    C: "Exactly. And if the card reader stops working, we can still do it in our heads."

    B: "I'll print price labels tonight so every tray shows which group it's in."

    A: "Great. While you're doing that, I'll message the other volunteers about the start time."

    B: "(2) ______"

    A: "Eight works. I'll tell everyone eight instead of seven, then."

    B: "The labels are done, by the way. Should I bring some spares in case a few get smudged?"

    C: "(3) ______"

    B: "Good point. I'll keep them in a plastic folder so they stay dry."

    C: "One more thing — should we still borrow the extra table from Mr. Somchai?"

    A: "(4) ______"

    C: "Great, I'll let him know we won't need it. So what time should we meet tomorrow to load the car?"

    B: "(5) ______"

    C: "Seven it is. See you both then!"

    จากบทสนทนา ควรเติมคำพูดใดของ A ลงในช่อง (1)

    1. ๑.Sure, and let's also give every single item its own exact price.
    2. ๒.Actually, I'd rather not sell any large items at all this year.
    3. ๓.Good idea. With only two prices, giving change will be much faster.
    4. ๔.Good idea. I'll buy the flour and sugar tomorrow.
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๓ Good idea. With only two prices, giving change will be much faster.

    C เสนอให้ใช้ราคาแค่สองระดับ และหลังช่อง (1) C ตอบว่า "Exactly." แล้วพูดต่อเรื่องคิดเงินในใจได้แม้เครื่องรูดบัตรเสีย แปลว่า A ต้องเห็นด้วยพร้อมพูดถึงเรื่องการคิดเงินหรือทอนเงิน

    ตัวเลือกที่สามเห็นด้วยและบอกว่าราคาสองระดับทำให้ทอนเงินเร็วขึ้น ต่อกับคำว่า "Exactly" และเรื่องคิดเงินในใจของ C พอดี จึงเป็นคำตอบ

    ตัวเลือกแรกเสนอให้ทุกชิ้นมีราคาของตัวเอง ขัดกับไอเดียสองราคาที่ C กำลังชมว่า "Exactly"

    ตัวเลือกที่สองเปลี่ยนเรื่องไปไม่ขายของชิ้นใหญ่ ไม่ได้ตอบข้อเสนอเรื่องราคา

    ตัวเลือกที่สี่ขึ้นต้นว่าเห็นด้วยก็จริง แต่ไปพูดเรื่องซื้อวัตถุดิบ C จึงไม่มีเหตุให้ตอบต่อเรื่องคิดเงินในใจ นี่คือกับดักที่ขึ้นต้นถูกแต่เนื้อหาไม่เชื่อมกับประโยคถัดไป

  2. ข้อ ๒

    ใช้ข้อมูลเดียวกับข้อ ๑ ด้านบน

    จากบทสนทนา ควรเติมคำพูดใดของ B ลงในช่อง (2)

    1. ๑.Could we say eight instead? We need time to put up the tent.
    2. ๒.Could you also ask them to bring their own folding chairs?
    3. ๓.Seven is too late. Let's tell them to come at six.
    4. ๔.Just tell them the sale starts at seven, as we planned.
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๑ Could we say eight instead? We need time to put up the tent.

    ก่อนช่อง (2) A บอกว่าจะส่งข้อความเรื่องเวลาเริ่มงานให้อาสาสมัคร และหลังช่อง A ตอบว่า "Eight works. I'll tell everyone eight instead of seven" แปลว่า B ต้องเสนอให้เปลี่ยนเวลาจากเจ็ดโมงเป็นแปดโมง

    ตัวเลือกแรกเสนอให้บอกแปดโมงแทน พร้อมเหตุผลเรื่องกางเต็นท์ ตรงกับคำตอบรับของ A จึงเป็นคำตอบ

    ตัวเลือกที่สองขอให้เอาเก้าอี้มาเอง A จะไม่ตอบว่า "Eight works"

    ตัวเลือกที่สามเสนอหกโมง ขัดกับที่ A ตอบรับแปดโมง

    ตัวเลือกที่สี่ให้คงเวลาเจ็ดโมงเดิม ขัดกับที่ A บอกว่าจะเปลี่ยนเป็นแปดโมงแทนเจ็ดโมง

  3. ข้อ ๓

    ใช้ข้อมูลเดียวกับข้อ ๑ ด้านบน

    จากบทสนทนา ควรเติมคำพูดใดของ C ลงในช่อง (3)

    1. ๑.No need. The labels are waterproof, so they'll be fine.
    2. ๒.Yes, but please print them in a bigger font this time.
    3. ๓.Let's skip the labels and just tell people the prices.
    4. ๔.Yes, bring a few. If it rains, the ink might run.
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๔ Yes, bring a few. If it rains, the ink might run.

    B ถามว่าควรเอาป้ายสำรองไปด้วยไหมเผื่อบางแผ่นเลอะ หลังช่อง (3) B ตอบว่า "Good point." แล้วบอกว่าจะเก็บป้ายในแฟ้มพลาสติกให้แห้ง แปลว่า C ต้องพูดถึงความเสี่ยงเรื่องน้ำหรือความชื้น

    ตัวเลือกที่สี่ให้เอาป้ายสำรองไปเพราะถ้าฝนตกหมึกอาจเลอะ B จึงรับว่าเป็นข้อสังเกตที่ดีและจะเก็บให้แห้ง เป็นคำตอบ

    ตัวเลือกแรกบอกว่าป้ายกันน้ำอยู่แล้ว ถ้าเป็นอย่างนั้น B ก็ไม่ต้องเก็บป้ายในแฟ้มให้แห้ง

    ตัวเลือกที่สองขอให้พิมพ์ตัวใหญ่ขึ้น ไม่เกี่ยวกับเหตุผลเรื่องความแห้งที่ B ตอบต่อ

    ตัวเลือกที่สามให้เลิกใช้ป้าย ขัดกับที่ B ยังจะเอาป้ายไปและเก็บให้แห้ง

  4. ข้อ ๔

    ใช้ข้อมูลเดียวกับข้อ ๑ ด้านบน

    จากบทสนทนา ควรเติมคำพูดใดของ A ลงในช่อง (4)

    1. ๑.Yes, let's borrow it. We might need the extra space.
    2. ๒.I don't think so. The two tables we booked should be enough.
    3. ๓.Maybe. Could you ask him if he has two spare tables?
    4. ๔.I don't really know Mr. Somchai very well.
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๒ I don't think so. The two tables we booked should be enough.

    C ถามว่ายังควรยืมโต๊ะเพิ่มจากคุณสมชายไหม หลังช่อง (4) C บอกว่าจะแจ้งเขาว่าไม่ต้องใช้แล้ว แปลว่า A ต้องตอบว่าไม่ต้องยืม

    ตัวเลือกที่สองบอกว่าไม่ต้อง เพราะโต๊ะสองตัวที่จองไว้พอแล้ว ตรงกับที่ C จะแจ้งว่าไม่ต้องใช้ จึงเป็นคำตอบ

    ตัวเลือกแรกและตัวเลือกที่สามยังอยากยืมโต๊ะ ขัดกับที่ C บอกว่าจะแจ้งว่าไม่ต้องใช้

    ตัวเลือกที่สี่พูดว่าไม่ค่อยรู้จักคุณสมชาย ไม่ได้ตอบคำถามว่าควรยืมโต๊ะหรือไม่

  5. ข้อ ๕

    ใช้ข้อมูลเดียวกับข้อ ๑ ด้านบน

    จากบทสนทนา ควรเติมคำพูดใดของ B ลงในช่อง (5)

    1. ๑.Let's meet at nine, right when the market opens.
    2. ๒.Sorry, I can't make it tomorrow morning at all.
    3. ๓.How about seven at my place? The market opens at nine.
    4. ๔.Let's each drive to the market separately instead.
    ดูเฉลยและวิธีคิด

    คำตอบ: ข้อ ๓ How about seven at my place? The market opens at nine.

    C ถามว่าพรุ่งนี้ควรนัดกี่โมงเพื่อขนของขึ้นรถ และบรรทัดสุดท้าย C ตอบว่า "Seven it is. See you both then!" แปลว่า B ต้องเสนอเวลาเจ็ดโมงและทุกคนจะมาเจอกัน

    ตัวเลือกที่สามเสนอเจ็ดโมงที่บ้าน B พร้อมเหตุผลว่าตลาดเปิดเก้าโมง ตรงกับที่ C ตอบรับเจ็ดโมง จึงเป็นคำตอบ

    ตัวเลือกแรกเสนอเก้าโมง ขัดกับที่ C ตอบรับเจ็ดโมง และถ้านัดตอนตลาดเปิดก็ไม่ทันจัดของ

    ตัวเลือกที่สองบอกว่ามาไม่ได้ ขัดกับที่ C บอกว่าจะเจอกันทั้งสองคน

    ตัวเลือกที่สี่ให้ต่างคนต่างไป ไม่ได้ตอบเวลานัดขนของขึ้นรถที่ C ถาม

เคล็ดลับทำข้อสอบบทสนทนายาว

  • ผลัดพูดถัดจากช่องว่างมักเป็นกุญแจของคำตอบ อย่าตอบจากผลัดก่อนหน้าอย่างเดียว
  • บทสนทนายาวมีช่องว่างหลายจุดแต่แต่ละข้อถามทีละจุด อ่านทั้งบทช่วยให้เห็นบริบทของทุกจุดไปพร้อมกัน
  • ฝึกจับคำที่ส่งสัญญาณตอบรับหรือเปลี่ยนเรื่อง เช่น that works, actually เพราะมักอยู่ใกล้คำตอบ
  • อ่านคำถามก่อนว่าถามช่องว่างจุดไหน แล้วโฟกัสที่ผลัดพูดรอบจุดนั้นเป็นหลัก

คำถามที่พบบ่อย

บทสนทนายาว TGAT1 ต่างจากบทสนทนาสั้นอย่างไร

บทสนทนายาวมี 10-16 ผลัดพูดและมีช่องว่างหลายจุดในบทเดียว ส่วนบทสนทนาสั้นมี 3-6 ผลัดพูดและก็อาจมีช่องว่างมากกว่า 1 จุดได้เช่นกัน แต่ทั้งสองแบบแต่ละข้อของหน้านี้ถามทีละจุดเท่านั้น

บทสนทนายาว TGAT1 ยากไหม

ความยากอยู่ที่ต้องอ่านบทสนทนาทั้งหมดให้ครบ เพราะแต่ละช่องว่างต้องเชื่อมกับทั้งผลัดก่อนและหลัง ไม่ใช่แค่ตอบให้ตรงหน้าที่การสื่อสารของประโยคเดียว

ควรฝึกบทสนทนายาว TGAT1 อย่างไรให้เร็วขึ้น

ฝึกอ่านจับใจความทีละผลัดพูดโดยไม่แปลทุกคำ แล้วสังเกตคำที่ส่งสัญญาณตอบรับหรือเปลี่ยนเรื่อง จะช่วยหาคำตอบของแต่ละช่องว่างได้เร็วขึ้น

เริ่มฝึกกับ AllTCAS ฟรี

ครบทุกฟีเจอร์ ไม่มีค่าใช้จ่าย