นโยบายความเป็นส่วนตัว

เวอร์ชัน 2.3 · มีผลบังคับใช้ 3 ตุลาคม 2569

นโยบายความเป็นส่วนตัวฉบับนี้อธิบายว่า บริษัท ออลล์ เลิร์น จำกัด (ALL LEARN CORPORATION LIMITED) ("ผู้ให้บริการ") เก็บรวบรวม ใช้ เปิดเผย และคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้งานแอป AllTCAS เว็บไซต์ และบริการที่เกี่ยวข้อง ("บริการ") อย่างไร โดยเป็นเอกสารแจ้งข้อมูลตามมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หากผู้ใช้งานเป็นผู้เยาว์ ขอแนะนำให้อ่านร่วมกับผู้ปกครอง

การรับทราบนโยบายนี้ไม่ใช่การให้ความยินยอม การประมวลผลส่วนใหญ่ของบริการอาศัยฐานทางกฎหมายอื่นตามที่ระบุในนโยบายนี้ และกรณีใดที่ต้องอาศัยความยินยอม ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมแยกต่างหากเป็นการเฉพาะ ณ จุดที่เกี่ยวข้อง

นโยบายนี้ประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่ นโยบายหลักฉบับนี้ ซึ่งกำหนดหลักการ วัตถุประสงค์ ฐานทางกฎหมาย และสิทธิของผู้ใช้งาน และ "ภาคผนวกรายละเอียดการประมวลผลข้อมูล" ("ภาคผนวก") ซึ่งแสดงรายการข้อมูล ผู้รับข้อมูล ประเทศปลายทาง และระยะเวลาเก็บรักษาที่เป็นปัจจุบัน ภาคผนวกเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายนี้ แสดงหมายเลขเวอร์ชันและวันที่ปรับปรุงล่าสุดของตนเอง และเปิดอ่านได้จากหน้านโยบายความเป็นส่วนตัวในแอปและบนเว็บไซต์เสมอ

นโยบายนี้ใช้บังคับกับข้อมูลส่วนบุคคลเท่านั้น ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ข้อมูลที่ผู้ให้บริการได้ทำให้ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แล้ว ตลอดจนข้อมูลสรุปรวม สถิติ แบบจำลอง และผลการวิเคราะห์ที่จัดทำขึ้นจากข้อมูลดังกล่าว ไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 จึงอยู่นอกขอบเขตของนโยบายนี้ ผู้ให้บริการเป็นเจ้าของข้อมูลดังกล่าว และอาจเก็บรักษา ใช้ วิเคราะห์ ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ เปิดเผย และอนุญาตให้บุคคลอื่นใช้ข้อมูลดังกล่าวได้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาและไม่จำกัดวัตถุประสงค์ รวมถึงเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า โดยไม่ต้องขอความยินยอมและไม่กระทบสิทธิของผู้ใช้งานตามนโยบายนี้

1. ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของบริการ คือ บริษัท ออลล์ เลิร์น จำกัด (ALL LEARN CORPORATION LIMITED) สถานที่ติดต่อ: 592/8 หมู่บ้าน เดอะแกรนด์ปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กรุงเทพมหานคร 10170 อีเมล: support@alltcas.com

ผู้ให้บริการได้มอบหมายผู้ประสานงานด้านการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นผู้รับผิดชอบดูแลคำถาม คำขอใช้สิทธิ และข้อร้องเรียนเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคล โดยติดต่อได้ทางอีเมลหรือทางไปรษณีย์ตามช่องทางข้างต้น

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บรวบรวม

ผู้ให้บริการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลเท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ โดยได้รับข้อมูลจากสี่ทาง ได้แก่ ข้อมูลที่ผู้ใช้งานให้ไว้โดยตรง ข้อมูลที่เกิดขึ้นจากการใช้บริการ ข้อมูลพื้นฐานจากผู้ให้บริการเข้าสู่ระบบภายนอกที่ผู้ใช้งานเลือกใช้ และข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลอื่นหรือแหล่งข้อมูลอื่นตามที่ระบุไว้ในหมวดนี้ รายการข้อมูลโดยละเอียดของแต่ละกลุ่มแสดงไว้ในภาคผนวก

ข้อมูลบางส่วนจำเป็นต่อการเปิดบัญชี การรักษาความปลอดภัยของระบบ และการปฏิบัติตามสัญญากับผู้ใช้งาน (เช่น ข้อมูลผู้รับและที่อยู่จัดส่งเมื่อสั่งซื้อสินค้า) หากผู้ใช้งานไม่ให้ข้อมูลดังกล่าว ผู้ให้บริการอาจไม่สามารถให้บริการส่วนนั้นได้ ส่วนข้อมูลโปรไฟล์และข้อมูลที่กรอกเพื่อใช้ฟีเจอร์เฉพาะ เป็นข้อมูลที่ผู้ใช้งานเลือกให้เองโดยสมัครใจ หากไม่ให้ก็ยังใช้บริการหลักได้ เพียงแต่ฟีเจอร์ที่อาศัยข้อมูลนั้นอาจทำงานได้ไม่เต็มที่

ผู้ให้บริการไม่มีความประสงค์จะเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวตามมาตรา 26 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 เช่น ข้อมูลสุขภาพ เชื้อชาติ หรือความเชื่อทางศาสนา จึงขอความร่วมมือผู้ใช้งานไม่ส่งข้อมูลดังกล่าวผ่านช่องทางใดของบริการ หากผู้ใช้งานเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวเข้ามาเองผ่านฟีเจอร์ที่ผู้ใช้งานเลือกใช้ ผู้ให้บริการถือว่าผู้ใช้งานเป็นผู้เปิดเผยข้อมูลนั้นด้วยตนเองตามลักษณะของฟีเจอร์นั้น และผู้ให้บริการอาจลบหรือจำกัดการเข้าถึงข้อมูลดังกล่าวได้

ฟีเจอร์ที่ต้องเข้าถึงข้อมูลหรือความสามารถของอุปกรณ์ เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง กล้อง ไมโครโฟน รูปภาพ ปฏิทิน หรือรายชื่อผู้ติดต่อ จะขออนุญาตผ่านระบบปฏิบัติการของอุปกรณ์ก่อนใช้งาน และผู้ใช้งานปฏิเสธหรือเพิกถอนสิทธิดังกล่าวได้ในการตั้งค่าของอุปกรณ์ตลอดเวลา โดยฟีเจอร์ที่อาศัยข้อมูลนั้นอาจทำงานได้ไม่เต็มที่ ขอบเขตที่เป็นปัจจุบันของการเข้าถึงดังกล่าวแสดงไว้ในภาคผนวก

กลุ่มข้อมูลที่เก็บรวบรวม ได้แก่

ข้อมูลบัญชีและการยืนยันตัวตน เช่น ชื่อผู้ใช้ ชื่อที่แสดง ข้อมูลติดต่อ อายุ ระดับชั้น และรหัสประจำบัญชีจากผู้ให้บริการเข้าสู่ระบบภายนอก
ข้อมูลโปรไฟล์ที่ผู้ใช้งานเลือกให้เอง เช่น โรงเรียน เป้าหมายการศึกษาต่อ รูปประจำตัว และข้อความแนะนำตัว
ข้อมูลการเรียนและการใช้บริการ เช่น ผลการทำแบบฝึก เวลาเรียน ความคืบหน้า และอันดับ
ข้อมูลที่ผู้ใช้งานกรอกเพื่อใช้ฟีเจอร์เฉพาะ เช่น คะแนนสอบหรือผลการเรียนที่กรอกในเครื่องมือคำนวณ
เนื้อหาและการสื่อสารที่ผู้ใช้งานสร้างหรือส่งผ่านบริการ เช่น ข้อความ รูปภาพ ไฟล์ การสื่อสารด้วยเสียง บทสนทนากับฟีเจอร์ปัญญาประดิษฐ์ และความสัมพันธ์กับผู้ใช้งานอื่น
ข้อมูลการบล็อก การรายงาน และการติดต่อผู้ให้บริการ รวมถึงสื่อที่ผู้ใช้งานเลือกแนบ
ข้อมูลการสั่งซื้อและการชำระเงิน เช่น ข้อมูลผู้รับ ที่อยู่จัดส่ง รายการสั่งซื้อ และหลักฐานการชำระเงิน
ข้อมูลทางเทคนิคและความปลอดภัย เช่น เลขที่อยู่ไอพี รหัสและข้อมูลอุปกรณ์ โทเค็นสำหรับการแจ้งเตือน บันทึกการเข้าสู่ระบบ บันทึกข้อผิดพลาด และข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ที่กฎหมายกำหนดให้เก็บ
ข้อมูลการใช้งานเชิงวิเคราะห์ ซึ่งผู้ให้บริการเก็บและประมวลผลบนระบบของตนเอง เช่น หน้าจอที่เปิด การกระทำในแอป ประสิทธิภาพของแอป ข้อมูลอุปกรณ์ และพื้นที่การใช้งานโดยประมาณที่ประเมินจากเลขที่อยู่ไอพี โดยไม่รวมเนื้อหาข้อความที่ผู้ใช้งานพิมพ์
บันทึกการยอมรับข้อกำหนดและการรับทราบนโยบาย ได้แก่ เวอร์ชันของเอกสาร วันและเวลา เลขที่อยู่ไอพี และข้อมูลอุปกรณ์ขณะนั้น
ข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์หรือการอนุมาน ซึ่งผู้ให้บริการจัดทำขึ้นจากข้อมูลข้างต้น เช่น ระดับความถนัดในแต่ละวิชาหรือหัวข้อ รูปแบบและช่วงเวลาการเรียน ความสนใจ กลุ่มผู้ใช้งานที่ผู้ใช้งานถูกจัดอยู่ ความน่าจะเป็นที่จะใช้หรือเลิกใช้ฟีเจอร์ใด และการคาดการณ์อื่นที่ใช้ในการให้บริการและพัฒนาบริการ
ข้อมูลที่ได้รับจากบุคคลอื่นหรือแหล่งข้อมูลอื่น เช่น ข้อมูลจากผู้ใช้งานที่เชิญหรือแนะนำผู้ใช้งานเข้าสู่บริการ ข้อมูลที่ผู้ใช้งานรายอื่นแจ้งหรือรายงานเกี่ยวกับผู้ใช้งาน ข้อมูลจากพันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ร่วมจัดกิจกรรม หรือสถาบันการศึกษาที่ผู้ใช้งานเข้าร่วมกิจกรรมด้วย และข้อมูลจากแหล่งที่เปิดเผยต่อสาธารณะ

3. วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล

ผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลตามวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่ระบุไว้ในหมวดนี้ ซึ่งกำหนดไว้อย่างครอบคลุมเพื่อให้ครอบคลุมบริการทั้งหมดของผู้ให้บริการทั้งที่มีอยู่ในปัจจุบันและที่จะเพิ่มขึ้นในภายหลัง ผู้ให้บริการอาจประมวลผลข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ได้ และหากจะประมวลผลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ซึ่งไม่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์เดิม ผู้ให้บริการจะแจ้งให้ทราบหรือขอความยินยอมตามที่กฎหมายกำหนดก่อน ฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นในภายหลังซึ่งประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายข้อใดข้อหนึ่งในหมวดนี้ จะแสดงรายละเอียดไว้ในภาคผนวก โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขนโยบายหลัก

สำหรับการประมวลผลที่อาศัยฐานความยินยอม ผู้ใช้งานสามารถปฏิเสธหรือถอนความยินยอมได้ตลอดเวลาด้วยวิธีที่ง่ายเช่นเดียวกับการให้ความยินยอม โดยไม่กระทบการใช้บริการหลัก การถอนความยินยอมไม่กระทบการประมวลผลที่ได้ทำไปแล้วโดยชอบก่อนการถอน และไม่กระทบการประมวลผลข้อมูลเดียวกันที่อาศัยฐานทางกฎหมายอื่นซึ่งไม่ใช่ความยินยอม

วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในแต่ละเรื่อง มีดังต่อไปนี้

การให้บริการตามที่ผู้ใช้งานสมัครหรือเลือกใช้ — สร้างและดูแลบัญชี ให้ใช้ฟีเจอร์การเรียน ฟีเจอร์ชุมชนและการสื่อสาร เครื่องมือคำนวณและวางแผน บันทึกสถิติและความคืบหน้า และแสดงข้อมูลของผู้ใช้งานต่อผู้ใช้งานอื่นตามที่ฟีเจอร์นั้นออกแบบไว้ → ฐานการปฏิบัติตามสัญญา
ฟีเจอร์ที่ใช้ระบบอัตโนมัติหรือปัญญาประดิษฐ์ของผู้ให้บริการภายนอก — ประมวลผลเนื้อหาที่ผู้ใช้งานส่งเข้ามาในฟีเจอร์นั้นเพื่อสร้างผลลัพธ์ให้ผู้ใช้งาน โดยเป็นฟีเจอร์ทางเลือกที่แสดงเงื่อนไขเฉพาะให้ยอมรับก่อนเริ่มใช้ → ฐานการปฏิบัติตามสัญญา
การสั่งซื้อสินค้าและบริการแบบชำระเงิน — รับคำสั่งซื้อ ตรวจสอบการชำระเงิน จัดส่ง และให้บริการหลังการขาย → ฐานการปฏิบัติตามสัญญา และฐานหน้าที่ตามกฎหมายในส่วนของเอกสารทางบัญชีและภาษี
การยืนยันตัวตนและการติดต่อเกี่ยวกับบัญชี — ยืนยันความเป็นเจ้าของบัญชี ช่วยกู้คืนบัญชี และติดต่อในเรื่องสำคัญเกี่ยวกับบัญชีหรือความปลอดภัย → ฐานการปฏิบัติตามสัญญา
การคุ้มครองผู้เยาว์และการจัดประสบการณ์ให้เหมาะสม — ใช้อายุและระดับชั้นเพื่อปฏิบัติหน้าที่เกี่ยวกับผู้เยาว์ตามที่กฎหมายกำหนด และจัดประสบการณ์การเรียนให้เหมาะกับผู้ใช้งาน → ฐานหน้าที่ตามกฎหมายและฐานการปฏิบัติตามสัญญา
ความปลอดภัยของระบบและการป้องกันการใช้งานในทางที่ผิด — ป้องกันการโกง สแปม การสมัครบัญชีซ้ำโดยมิชอบ การหลบเลี่ยงมาตรการระงับ การคัดลอกเนื้อหาโดยมิชอบ และตรวจจับการใช้งานที่ผิดปกติหรือผิดข้อกำหนด → ฐานประโยชน์อันชอบธรรมของผู้ให้บริการและผู้ใช้งานโดยรวม
การดูแลความปลอดภัยของชุมชนผู้ใช้งาน — ตรวจสอบข้อมูลโปรไฟล์และเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างหรือส่งผ่านบริการ รวมถึงข้อความ ด้วยระบบตรวจสอบอัตโนมัติประกอบกับการพิจารณาของเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม การแอบอ้าง การกลั่นแกล้งรังแก และการชักชวนที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยคำนึงเป็นพิเศษว่าผู้ใช้งานจำนวนมากเป็นผู้เยาว์ ทั้งนี้ ผลการตรวจสอบอัตโนมัติไม่ใช่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายเพียงลำพัง และผู้ใช้งานที่เห็นว่าการตรวจสอบคลาดเคลื่อนสามารถโต้แย้งได้ตามช่องทางในนโยบายนี้ → ฐานประโยชน์อันชอบธรรมของผู้ให้บริการและผู้ใช้งานโดยรวม
การวิเคราะห์ วัดผล และพัฒนาบริการ — ใช้ข้อมูลการใช้งานและข้อมูลอื่นเพื่อเข้าใจการใช้งานจริง วัดผลของฟีเจอร์ เนื้อหา และการสื่อสาร ค้นหาจุดที่มีปัญหา ปรับปรุงคุณภาพและความเสถียร ทดสอบเปรียบเทียบรูปแบบการให้บริการ วางแผนธุรกิจ และจัดทำสถิติและข้อมูลสรุปรวม ทั้งนี้ ผู้ให้บริการไม่ใช้ระบบอัตโนมัติตัดสินใจเพียงลำพังในเรื่องที่มีผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อผู้ใช้งานเป็นรายบุคคล → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม โดยมีมาตรการคุ้มครองประกอบ ได้แก่ การอ้างอิงด้วยรหัสบัญชีแทนข้อมูลระบุตัวโดยตรง การจำกัดการเข้าถึงเฉพาะผู้ที่จำเป็นตามหน้าที่ และสิทธิปิดการเก็บข้อมูลการใช้งานเชิงวิเคราะห์ได้ตลอดเวลาในการตั้งค่าของแอป
การจัดประสบการณ์ เนื้อหา และข้อเสนอให้ตรงกับผู้ใช้งาน — เลือก จัดลำดับ และแนะนำเนื้อหา แบบฝึก ฟีเจอร์ กิจกรรม และข้อเสนอที่แสดงแก่ผู้ใช้งานแต่ละราย โดยอาศัยข้อมูลการใช้งาน ข้อมูลโปรไฟล์ และข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์หรือการอนุมาน → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
การพัฒนา ทดสอบ และฝึกฝนระบบอัตโนมัติของผู้ให้บริการ — ใช้ข้อมูลการใช้งาน ผลการทำแบบฝึก และเนื้อหาที่ผู้ใช้งานสร้างหรือส่งผ่านบริการ เพื่อพัฒนา ทดสอบ ฝึกฝน ประเมิน และปรับปรุงระบบอัตโนมัติ แบบจำลอง ชุดข้อมูล และคลังเนื้อหาของผู้ให้บริการ รวมถึงระบบตรวจสอบความปลอดภัยและระบบแนะนำเนื้อหา โดยก่อนนำไปใช้ในลักษณะดังกล่าว ผู้ให้บริการจะตัดหรือแทนที่ข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้โดยตรงออกเท่าที่ทำได้ตามลักษณะของงานนั้น → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
การจัดทำข้อมูลนิรนาม ข้อมูลสรุปรวม สถิติ และการวิจัย — ประมวลผลข้อมูลเพื่อจัดทำข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ซึ่งเมื่อจัดทำแล้วไม่ใช่ข้อมูลส่วนบุคคลและอยู่นอกขอบเขตของนโยบายนี้ตามที่ระบุไว้ในส่วนต้นของนโยบาย → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
การแจ้งเตือนและประกาศเกี่ยวกับบริการ — ส่งประกาศเกี่ยวกับบริการ ความปลอดภัย กิจกรรม และการเปลี่ยนแปลงสำคัญ → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม โดยผู้ใช้งานปิดการแจ้งเตือนได้ในการตั้งค่าของแอป
การประชาสัมพันธ์และการส่งเสริมการขายบริการของผู้ให้บริการเอง — แนะนำฟีเจอร์ เนื้อหา กิจกรรม สิทธิประโยชน์ สินค้า และข้อเสนอของผู้ให้บริการแก่ผู้ใช้งาน ผ่านช่องทางภายในบริการ การแจ้งเตือน หรืออีเมล รวมถึงการเลือกกลุ่มผู้รับและการวัดผลการสื่อสารดังกล่าว โดยผู้ใช้งานปฏิเสธการรับการสื่อสารลักษณะนี้ได้ตลอดเวลาในการตั้งค่าของแอปหรือตามวิธีที่ระบุไว้ในการสื่อสารนั้น → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม
การแสดงโฆษณาหรือเนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน — หากผู้ให้บริการเปิดให้มีการแสดงโฆษณา เนื้อหาที่ได้รับการสนับสนุน หรือข้อเสนอของพันธมิตรในบริการ ผู้ให้บริการอาจใช้ข้อมูลการใช้งาน ข้อมูลโปรไฟล์ และข้อมูลที่ได้จากการวิเคราะห์หรือการอนุมาน เพื่อเลือก จัดลำดับ จำกัดความถี่ และวัดผลการแสดงดังกล่าว โดยรายละเอียดที่เป็นปัจจุบันแสดงไว้ในภาคผนวก และในกรณีที่กฎหมายหรือแพลตฟอร์มของอุปกรณ์กำหนดให้ต้องได้รับความยินยอมหรือต้องขออนุญาตติดตามข้ามแอปก่อน ผู้ให้บริการจะดำเนินการตามนั้นก่อนเริ่มการประมวลผลส่วนที่เกี่ยวข้อง → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม หรือฐานความยินยอมแล้วแต่กรณี
ความร่วมมือทางธุรกิจและการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้รับข้อมูล — เปิดเผยหรือส่งต่อข้อมูลแก่ผู้รับข้อมูลตามประเภทที่ระบุไว้ในหมวดการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อการให้บริการ การจัดกิจกรรมร่วม การเสนอสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา การบริหารจัดการภายในกลุ่มกิจการ และการดำเนินธุรกรรมเกี่ยวกับกิจการของผู้ให้บริการ ทั้งนี้ หากกรณีใดกฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมแยกต่างหากเป็นการเฉพาะก่อน → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม หรือฐานความยินยอมแล้วแต่กรณี
การสื่อสารเชิงการตลาดในนามของบุคคลอื่น — หากผู้ให้บริการจะส่งการสื่อสารเชิงการตลาดของบุคคลอื่นถึงผู้ใช้งาน หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้บุคคลอื่นเพื่อการตลาดของบุคคลนั้นเอง ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมแยกต่างหากเป็นการเฉพาะก่อน → ฐานความยินยอม
การปฏิบัติตามกฎหมาย — ปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมายของหน่วยงานรัฐ → ฐานหน้าที่ตามกฎหมาย
การคุ้มครองสิทธิทางกฎหมาย — การก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง การใช้สิทธิ หรือการต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมถึงการเก็บบันทึกการยอมรับข้อกำหนดไว้เป็นหลักฐาน → ฐานประโยชน์อันชอบธรรม และ/หรือฐานหน้าที่ตามกฎหมายแล้วแต่กรณี

4. ข้อมูลของผู้เยาว์

ผู้ใช้งานจำนวนมากของบริการเป็นผู้เยาว์ ผู้ให้บริการจึงออกแบบการประมวลผลข้อมูลโดยคำนึงถึงข้อนี้เป็นพิเศษ การประมวลผลหลักของบริการอาศัยฐานการปฏิบัติตามสัญญาและฐานประโยชน์อันชอบธรรม ซึ่งสำหรับบริการการศึกษาที่เปิดให้ใช้โดยไม่มีค่าใช้จ่าย โดยทั่วไปเป็นการอันสมแก่ฐานานุรูปและจำเป็นตามสมควรที่กฎหมายให้ผู้เยาว์ตัดสินใจได้ด้วยตนเอง

ในกรณีที่การประมวลผลใดต้องอาศัยความยินยอม และผู้ใช้งานเป็นผู้เยาว์ซึ่งไม่อาจให้ความยินยอมในเรื่องนั้นได้โดยลำพังตามกฎหมาย ความยินยอมดังกล่าวต้องได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองด้วยตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ใช้งานที่เป็นผู้เยาว์รับรองตามข้อกำหนดการใช้งานและเอกสารความยินยอมที่เกี่ยวข้องว่าได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองแล้วเมื่อกดให้ความยินยอม และผู้ให้บริการอาศัยคำรับรองดังกล่าวโดยสุจริตเท่าที่กฎหมายอนุญาต ผู้ใช้อำนาจปกครองถอนความยินยอมแทนผู้เยาว์ได้ทุกเมื่อด้วยสวิตช์ในแอปหรือตามหมวดช่องทางใช้สิทธิและการร้องเรียน สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 10 ปี การให้ความยินยอมทุกกรณีต้องดำเนินการโดยผู้ใช้อำนาจปกครองแทน ทั้งนี้ ข้อกำหนดการใช้งานมีคำรับรองของผู้ใช้งานที่เป็นผู้เยาว์ว่าได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครองในการสมัครและใช้บริการแล้ว และระบบบันทึกการยอมรับดังกล่าวไว้เป็นหลักฐาน

หากผู้ให้บริการทราบว่ามีการเก็บรวบรวมข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กอายุไม่เกิน 10 ปีโดยไม่ได้รับความยินยอมจากผู้ใช้อำนาจปกครอง ผู้ให้บริการจะระงับการประมวลผลและลบหรือทำลายข้อมูลนั้นโดยเร็ว เว้นแต่ส่วนที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บรักษาไว้

ผู้ใช้อำนาจปกครองสามารถใช้สิทธิเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลแทนผู้เยาว์ได้ เช่น ขอเข้าถึง แก้ไข หรือขอลบข้อมูล ตามหมวดช่องทางใช้สิทธิและการร้องเรียน โดยผู้ให้บริการอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองก่อนดำเนินการ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูลผู้เยาว์เอง

5. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ให้บริการเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลแก่ผู้รับข้อมูลตามประเภทที่ระบุไว้ในหมวดนี้ เท่าที่จำเป็นต่อวัตถุประสงค์ของการเปิดเผยในแต่ละกรณี รายชื่อผู้รับข้อมูลที่เป็นปัจจุบัน ข้อมูลที่ส่งให้แต่ละราย และประเทศปลายทาง แสดงไว้ในภาคผนวก การเพิ่ม เปลี่ยน หรือยกเลิกผู้รับข้อมูลรายใดซึ่งอยู่ในประเภทที่ระบุไว้แล้วในหมวดนี้ ผู้ให้บริการจะปรับปรุงรายชื่อในภาคผนวกให้เป็นปัจจุบัน โดยไม่ถือเป็นการแก้ไขนโยบายหลัก

การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่บุคคลอื่นเพื่อวัตถุประสงค์ทางการตลาดของบุคคลนั้นเอง และการใช้ข้อมูลเพื่อจัดทำโปรไฟล์ความสนใจสำหรับการโฆษณา เป็นกรณีที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับความยินยอม ผู้ให้บริการจึงขอความยินยอมแยกต่างหากผ่านเอกสาร "ความยินยอมเพิ่มเติมเรื่องข้อมูล" ซึ่งเปิดอ่านได้ในแอปพลิเคชันและบนเว็บไซต์ของผู้ให้บริการ ผู้ใช้งานที่ไม่ให้ความยินยอมหรือถอนความยินยอมดังกล่าวยังใช้บริการได้ตามปกติ และถอนได้ทุกเมื่อที่หน้าตั้งค่าในแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้ประมวลผลข้อมูล ผู้ให้บริการจัดให้การประมวลผลอยู่ภายใต้ข้อตกลงหรือเงื่อนไขการประมวลผลข้อมูลที่กำหนดให้ใช้ข้อมูลได้เฉพาะตามคำสั่งของผู้ให้บริการและเพื่อการให้บริการเท่านั้น และส่งข้อมูลให้เท่าที่จำเป็นต่อหน้าที่ของผู้ประมวลผลรายนั้น ส่วนข้อมูลที่ผู้ใช้งานอื่นมองเห็น ผู้ใช้งานเป็นผู้ควบคุมเองได้ว่าจะให้หรือเปิดเผยข้อมูลใด จึงขอให้ใช้ความระมัดระวังในการเปิดเผยข้อมูลต่อผู้ใช้งานอื่น

การส่งหรือโอนข้อมูลไปต่างประเทศ — ผู้รับข้อมูลบางรายมีสถานประกอบการหรือระบบประมวลผลอยู่ในต่างประเทศตามที่ระบุในภาคผนวก ซึ่งประเทศปลายทางอาจมีมาตรฐานการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลแตกต่างจากพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ผู้ให้บริการจึงจัดให้การส่งหรือโอนข้อมูลดังกล่าวอยู่ภายใต้มาตรการคุ้มครองที่เหมาะสมตามที่กฎหมายและประกาศที่เกี่ยวข้องกำหนด เช่น ข้อสัญญามาตรฐาน (standard contractual clauses) และส่งข้อมูลเฉพาะเท่าที่จำเป็นต่อการให้บริการเท่านั้น ผู้ใช้งานสามารถขอทราบรายละเอียดมาตรการคุ้มครองดังกล่าวได้ตามช่องทางติดต่อในนโยบายนี้

ประเภทของผู้รับข้อมูล มีดังต่อไปนี้

ผู้ประมวลผลข้อมูลที่จำเป็นต่อการให้บริการ เช่น ผู้ให้บริการระบบคลาวด์ เครือข่าย และการจัดเก็บไฟล์ ผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานการแจ้งเตือนและการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ผู้ให้บริการตรวจสอบความเหมาะสมของเนื้อหา และผู้ให้บริการโมเดลปัญญาประดิษฐ์
ผู้ให้บริการภายนอกที่ผู้ใช้งานเลือกใช้ร่วมกับบริการหรือที่ทำงานร่วมกับอุปกรณ์ของผู้ใช้งาน เช่น ผู้ให้บริการเข้าสู่ระบบ บริการของระบบปฏิบัติการอย่างการรู้จำเสียงพูดและการแปลงตำแหน่ง และบริการวิดีโอที่ฝังอยู่ในบริการ ซึ่งประมวลผลข้อมูลในฐานะผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลของตนเองตามนโยบายของผู้ให้บริการรายนั้น
ผู้ให้บริการขนส่งและผู้ให้บริการชำระเงิน เท่าที่จำเป็นต่อการจัดส่งและการชำระเงินตามคำสั่งซื้อของผู้ใช้งาน
ผู้ใช้งานอื่น และบุคคลที่ได้รับลิงก์ที่ผู้ใช้งานหรือผู้ใช้งานอื่นแชร์ ซึ่งเห็นข้อมูลตามที่ฟีเจอร์หรือหน้าเว็บของลิงก์นั้นกำหนดเท่านั้น เช่น ข้อมูลโปรไฟล์ สถานะและสถิติการเรียน อันดับ และสิ่งที่ผู้ใช้งานสื่อสารถึงผู้ใช้งานรายนั้น
นิติบุคคลในกลุ่มกิจการเดียวกันกับผู้ให้บริการ หรือนิติบุคคลที่ผู้ให้บริการจัดตั้งขึ้นในภายหลัง เพื่อการบริหารจัดการภายใน การให้บริการร่วมกัน และวัตถุประสงค์ตามที่ระบุไว้ในนโยบายนี้
พันธมิตรทางธุรกิจ ผู้ร่วมจัดกิจกรรม ผู้สนับสนุน สถาบันการศึกษา และผู้ให้บริการด้านการตลาด การโฆษณา การประชาสัมพันธ์ หรือการวิเคราะห์ข้อมูล เท่าที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ตามหมวดวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายในการประมวลผล
ที่ปรึกษาและผู้ให้บริการวิชาชีพของผู้ให้บริการ เช่น ที่ปรึกษากฎหมาย ผู้ทำบัญชีและผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบระบบ และผู้ให้บริการด้านการเรียกเก็บเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้หน้าที่รักษาความลับ
หน่วยงานรัฐ เมื่อมีกฎหมายกำหนดหรือมีคำสั่งโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่น หมายศาลหรือคำสั่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ ตลอดจนหน่วยงานหรือบุคคลที่เกี่ยวข้อง เมื่อจำเป็นเพื่อป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย หรือสุขภาพของบุคคล หรือเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง ปฏิบัติตาม หรือใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
ผู้ลงทุน ผู้ที่ประสงค์จะเข้าทำธุรกรรมเกี่ยวกับกิจการของผู้ให้บริการ และที่ปรึกษาของบุคคลดังกล่าว เพื่อประกอบการตรวจสอบสถานะกิจการ (due diligence) ภายใต้ข้อตกลงรักษาความลับ ตลอดจนผู้รับโอนกิจการ กรณีมีการโอน ควบรวม ปรับโครงสร้าง หรือจำหน่ายกิจการหรือทรัพย์สินไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ซึ่งผู้รับโอนจะประมวลผลข้อมูลต่อไปภายใต้นโยบายที่ให้ความคุ้มครองไม่น้อยกว่านโยบายนี้ โดยผู้ให้บริการจะแจ้งให้ผู้ใช้งานทราบตามที่กฎหมายกำหนด

6. ระยะเวลาการเก็บรักษาและการลบข้อมูล

ผู้ให้บริการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลไว้ตลอดระยะเวลาที่บัญชีของผู้ใช้งานยังเปิดใช้งานอยู่ และเก็บต่อไปเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายนี้ เมื่อพ้นความจำเป็นแล้วจะลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ ทั้งนี้ ผู้ให้บริการอาจเลือกทำให้ข้อมูลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้แทนการลบหรือทำลาย และเก็บรักษาข้อมูลที่ผ่านกระบวนการดังกล่าวไว้ต่อไปได้โดยไม่มีกำหนดระยะเวลาตามที่ระบุไว้ในส่วนต้นของนโยบาย ข้อมูลบางกลุ่มมีระยะเวลาเก็บที่สั้นกว่าหรือยาวกว่าอายุของบัญชี ตามตารางระยะเวลาในภาคผนวก

ผู้ใช้งานลบบัญชีได้ด้วยตนเองตามวิธีการที่จัดให้ในแอป หรือขอให้ผู้ให้บริการลบให้ตามหมวดช่องทางใช้สิทธิและการร้องเรียน ซึ่งผู้ให้บริการจะตรวจสอบยืนยันตัวตนของผู้ขอก่อนดำเนินการ เมื่อการลบบัญชีมีผลแล้ว เว้นแต่ข้อมูลที่ต้องเก็บต่อตามรายการท้ายหมวดนี้ ข้อมูลบัญชีที่ระบุตัวบุคคลได้โดยตรง เช่น ชื่อ ข้อมูลติดต่อ และรหัสประจำบัญชีจากผู้ให้บริการเข้าสู่ระบบภายนอก จะถูกนำออกจากระบบให้บริการทันที และข้อมูลส่วนบุคคลอื่นที่ผูกกับบัญชีจะถูกลบ หรือถูกตัดข้อมูลที่ระบุตัวบุคคลได้โดยตรงออก ภายในระยะเวลาอันสมควร ซึ่งโดยปกติไม่เกิน 90 วัน ทั้งนี้ ข้อมูลที่ถูกตัดข้อมูลระบุตัวบุคคลโดยตรงออกแล้ว เช่น ประวัติการเรียน ข้อมูลการใช้งาน และเนื้อหา ผู้ให้บริการอาจเก็บต่อไปได้โดยไม่มีกำหนดเพื่อวิเคราะห์ จัดทำสถิติ และพัฒนาบริการ

สิ่งที่ผู้ใช้งานได้ส่งถึงหรือแบ่งปันให้ผู้ใช้งานอื่นไปแล้ว เช่น ข้อความในบทสนทนา ถือเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่ของผู้รับด้วย จึงอาจยังคงปรากฏแก่ผู้รับตามสภาพที่เกิดขึ้นจริงแม้ผู้ใช้งานจะลบบัญชีแล้ว และสำเนาสำรองของระบบจะหมุนเวียนลบตามรอบการสำรองข้อมูลปกติ

สำหรับข้อความแชทที่ผู้ใช้งานลบ เมื่อผู้ใช้งานลบข้อความที่ส่งไปแล้ว ข้อความและไฟล์ที่แนบจะหายไปจากบทสนทนาของทุกฝ่าย แต่ผู้ให้บริการจะเก็บสำเนาไว้ในระบบที่จำกัดการเข้าถึงเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย เพื่อใช้ตรวจสอบรายงานการคุกคาม การหลอกลวง และการกระทำที่ละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน ตามระยะเวลาในภาคผนวก โดยการเข้าดูสำเนาดังกล่าวทุกครั้งจะถูกบันทึกไว้ หลักเกณฑ์การเก็บสำเนานี้ใช้กับข้อความที่เจ้าหน้าที่ลบเนื่องจากละเมิดข้อกำหนดการใช้งาน และกลุ่มสนทนาที่ถูกยุบด้วย เช่นเดียวกับเนื้อหาอื่นที่ผู้ใช้งานลบออกจากบริการ เช่น สมุดโน้ต ชุดการ์ด และบทสนทนากับ AI Tutor ซึ่งจะหายไปจากการแสดงผลของผู้ใช้งาน แต่ผู้ให้บริการอาจเก็บสำเนาไว้ในระบบที่จำกัดการเข้าถึงตามระยะเวลาในภาคผนวก

ข้อมูลที่จำเป็นต้องเก็บรักษาต่อไปแม้ผู้ใช้งานจะลบบัญชีแล้ว ได้แก่

บันทึกการยอมรับข้อกำหนดการใช้งานและการรับทราบนโยบายความเป็นส่วนตัว เพื่อใช้เป็นหลักฐานการแสดงเจตนาทางอิเล็กทรอนิกส์ตามที่กฎหมายรับรอง โดยเก็บไว้ไม่เกินระยะเวลาอายุความของสิทธิเรียกร้องที่อาจเกิดขึ้น (โดยทั่วไปไม่เกิน 10 ปีนับแต่วันที่บัญชีถูกลบ)
ข้อมูลที่จำเป็นต่อการก่อตั้งสิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย การปฏิบัติตามหรือการใช้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย หรือการยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย รวมถึงข้อมูลที่จำเป็นต่อการป้องกันการทุจริต การสืบสวนการแอบอ้างเป็นบุคคลอื่น การกลั่นแกล้งรังแก และการบังคับใช้มาตรการระงับ เช่น บันทึกการเข้าสู่ระบบ ข้อมูลอุปกรณ์ ข้อมูลระบุบัญชีที่จำเป็นต่อการเชื่อมโยงหลักฐาน และสำเนาเนื้อหาที่ถูกลบหรือถูกรายงาน ตามรายการและระยะเวลาในภาคผนวก โดยเก็บไว้ไม่เกินระยะเวลาอายุความตามที่กฎหมายกำหนด และจำกัดการเข้าถึงเฉพาะเจ้าหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ข้อมูลจราจรทางคอมพิวเตอร์ ซึ่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ต้องเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่า 90 วัน
เอกสารและข้อมูลคำสั่งซื้อเท่าที่กฎหมายว่าด้วยการบัญชีและภาษีอากรกำหนดให้ต้องเก็บรักษา และข้อมูลอื่นที่กฎหมายกำหนดให้ต้องเก็บ ตามระยะเวลาที่กฎหมายนั้นกำหนด
ข้อมูลที่จำเป็นต่อการบังคับใช้มาตรการระงับบัญชีหรืออุปกรณ์ และการป้องกันการกลับเข้าใช้บริการโดยมิชอบหรือการหลบเลี่ยงมาตรการดังกล่าว เช่น รหัสอุปกรณ์หรือค่าระบุทางเทคนิคที่ถูกระงับ ซึ่งเก็บรักษาไว้ได้ตราบเท่าที่ยังจำเป็นต่อวัตถุประสงค์นั้น
ข้อมูลหรือเนื้อหาที่ได้ถูกนำไปรวมอยู่ในชุดข้อมูล แบบจำลอง หรือคลังเนื้อหาเพื่อพัฒนาระบบอัตโนมัติของผู้ให้บริการก่อนวันที่การลบบัญชีมีผล ซึ่งได้ตัดส่วนที่ระบุตัวบุคคลได้โดยตรงออกแล้วและโดยสภาพไม่อาจแยกออกจากชุดข้อมูลหรือแบบจำลองนั้นได้
สำเนาที่อยู่ในระบบสำรองข้อมูลตามรอบการสำรองข้อมูลปกติ ซึ่งจะถูกลบไปตามรอบของระบบสำรองนั้น

7. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ผู้ใช้งานในฐานะเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลมีสิทธิตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 อย่างครบถ้วน กรณีผู้ใช้งานเป็นผู้เยาว์ ผู้ใช้อำนาจปกครองอาจใช้สิทธิแทนได้ตามที่กฎหมายกำหนด

ผู้ใช้งานใช้สิทธิหลายอย่างได้ด้วยตนเองในแอป เช่น แก้ไขข้อมูลโปรไฟล์ ปิดการแจ้งเตือน ปิดการเก็บข้อมูลการใช้งานเชิงวิเคราะห์ (ซึ่งเป็นช่องทางใช้สิทธิคัดค้านการประมวลผลข้อมูลกลุ่มนี้) ลบเนื้อหาของตน และลบบัญชี สำหรับสิทธิอื่น ผู้ใช้งานส่งคำขอได้ตามหมวดช่องทางใช้สิทธิและการร้องเรียน

ผู้ให้บริการจะพิจารณาและดำเนินการตามคำขอโดยไม่ชักช้า และไม่เกิน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำขอและตรวจสอบยืนยันตัวตนเสร็จสิ้น โดยอาจขอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อยืนยันตัวตนของผู้ขอ เพื่อป้องกันมิให้บุคคลอื่นแอบอ้างใช้สิทธิแทน ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธคำขอได้เฉพาะกรณีที่กฎหมายให้อำนาจไว้ และจะแจ้งเหตุผลให้ทราบ กรณีคำขอมีความซับซ้อนหรือมีจำนวนมาก ผู้ให้บริการอาจขยายระยะเวลาดำเนินการได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต โดยจะแจ้งเหตุผลให้ทราบภายในกำหนดเวลาเดิม และกรณีคำขอที่ไม่มีมูล เกินสมควร หรือขอซ้ำในเรื่องเดียวกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ผู้ให้บริการอาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายตามสมควรหรือปฏิเสธคำขอนั้นได้เท่าที่กฎหมายอนุญาต ทั้งนี้ การใช้สิทธิบางอย่างอาจส่งผลต่อการใช้บริการ เช่น เมื่อลบบัญชีแล้วจะไม่สามารถเข้าสู่ระบบหรือใช้บริการต่อไปได้

สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย ได้แก่

สิทธิขอเข้าถึงและขอรับสำเนาข้อมูลส่วนบุคคลของตน
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด
สิทธิขอให้ลบ ทำลาย หรือทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคล
สิทธิคัดค้านการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งนี้ ผู้ให้บริการอาจปฏิเสธการคัดค้านได้หากแสดงให้เห็นถึงเหตุอันชอบด้วยกฎหมายที่สำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ใช้งาน หรือเป็นไปเพื่อก่อตั้งสิทธิเรียกร้อง ปฏิบัติตาม หรือใช้สิทธิเรียกร้อง หรือยกขึ้นต่อสู้สิทธิเรียกร้องตามกฎหมาย
สิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของตน หรือขอให้ส่งหรือโอนข้อมูลไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลรายอื่น ในกรณีที่ทำได้ตามที่กฎหมายกำหนด
สิทธิถอนความยินยอมที่เคยให้ไว้ได้ตลอดเวลา
สิทธิร้องเรียนต่อคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หากเห็นว่าผู้ให้บริการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

8. ความปลอดภัยของข้อมูล

ผู้ให้บริการจัดให้มีมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล ทั้งมาตรการทางเทคนิคและมาตรการทางการบริหารจัดการตามสมควรแก่ความเสี่ยง เช่น การเข้ารหัสรหัสผ่านแบบทางเดียว การยืนยันตัวตนด้วยโทเค็นที่มีอายุจำกัด การจำกัดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลเฉพาะบุคคลที่จำเป็นตามหน้าที่ และการบันทึกการดำเนินการของผู้ดูแลระบบเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ และมีการทบทวนปรับปรุงมาตรการดังกล่าวเป็นระยะ

อย่างไรก็ตาม ไม่มีระบบใดบนอินเทอร์เน็ตที่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ ผู้ใช้งานมีส่วนช่วยรักษาความปลอดภัยของบัญชีตนเองได้ด้วยการรักษาข้อมูลเข้าสู่ระบบไว้เป็นความลับ และแจ้งผู้ให้บริการทันทีหากสงสัยว่าบัญชีถูกบุคคลอื่นใช้งาน ทั้งนี้ ข้อความในวรรคนี้ไม่เป็นการยกเว้นหรือจำกัดความรับผิดที่ผู้ให้บริการมีตามกฎหมาย

หากเกิดเหตุละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความเสี่ยงจะกระทบต่อสิทธิและเสรีภาพของผู้ใช้งาน ผู้ให้บริการจะแจ้งเหตุดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และแจ้งให้ผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบทราบ ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

9. การแก้ไขนโยบายและภาคผนวก

นโยบายหลักและภาคผนวกแต่ละฉบับแสดงหมายเลขเวอร์ชันและวันที่มีผลใช้บังคับของตนเอง และผู้ใช้งานอ่านฉบับล่าสุดได้ที่หน้านโยบายความเป็นส่วนตัวในแอปและบนเว็บไซต์เสมอ ผู้ให้บริการเก็บรักษาเนื้อหาของทุกเวอร์ชันไว้เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ว่า ณ เวลาใดได้แจ้งข้อมูลไว้อย่างไร

ภาคผนวกจะได้รับการปรับปรุงให้ตรงกับข้อเท็จจริงของบริการเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง เช่น เมื่อเพิ่มฟีเจอร์ เปลี่ยนผู้ประมวลผลข้อมูล หรือปรับระยะเวลาเก็บรักษา หากการปรับปรุงนั้นเป็นการเก็บรวบรวมข้อมูลประเภทใหม่ การใช้ข้อมูลเพื่อวัตถุประสงค์ใหม่ หรือการเปิดเผยข้อมูลให้ผู้รับข้อมูลประเภทใหม่ ผู้ให้บริการจะแจ้งสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงให้ทราบในแอปก่อนเริ่มการประมวลผลตามการเปลี่ยนแปลงนั้น และในกรณีที่การประมวลผลใหม่ต้องอาศัยความยินยอม ผู้ให้บริการจะขอความยินยอมแยกต่างหาก ณ จุดที่เกี่ยวข้อง

การแก้ไขนโยบายหลักที่กระทบสิทธิของผู้ใช้งานหรือหลักการประมวลผลอย่างมีนัยสำคัญ ผู้ให้บริการจะแจ้งสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลงในแอปและขอให้ผู้ใช้งานกดรับทราบ ส่วนการแก้ไขเล็กน้อย เช่น การปรับถ้อยคำหรือการจัดรูปแบบ จะเผยแพร่ฉบับใหม่ในแอปโดยไม่ขอให้กดรับทราบ ทั้งนี้ เว้นแต่กฎหมายกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ผู้ให้บริการเป็นผู้กำหนดระยะเวลาและวิธีการแจ้งตามที่เห็นสมควร ซึ่งอาจแจ้งพร้อมกับการเผยแพร่ฉบับใหม่ก็ได้

การปรับปรุงภาคผนวกไม่ถือเป็นการแก้ไขนโยบายหลัก และการดำเนินการต่อไปนี้ไม่ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กระทบสิทธิของผู้ใช้งานอย่างมีนัยสำคัญตามวรรคก่อน ได้แก่ การเพิ่ม เปลี่ยน หรือยกเลิกผู้รับข้อมูลรายใดในประเภทที่ประกาศไว้แล้ว การเปลี่ยนผู้ประมวลผลข้อมูลหรือผู้ให้บริการโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มฟีเจอร์ซึ่งประมวลผลข้อมูลภายใต้วัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายที่ประกาศไว้แล้ว และการปรับระยะเวลาเก็บรักษาภายในกรอบที่นโยบายหลักกำหนด

10. ช่องทางใช้สิทธิและการร้องเรียน

ผู้ใช้งานที่ประสงค์จะใช้สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล สอบถาม หรือร้องเรียนเกี่ยวกับการประมวลผลข้อมูล สามารถแจ้งผ่านระบบรายงานปัญหาในแอป หรือส่งอีเมลมาที่ support@alltcas.com โดยระบุหัวข้อว่า "ขอใช้สิทธิข้อมูลส่วนบุคคล" หรือส่งทางไปรษณีย์ตามสถานที่ติดต่อในหมวดผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล

หากผู้ใช้งานเห็นว่าผู้ให้บริการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ใช้งานมีสิทธิร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) ได้ตามช่องทางที่สำนักงานกำหนด ผู้ให้บริการขอแนะนำให้ติดต่อผู้ให้บริการก่อนเพื่อให้แก้ไขปัญหาได้โดยเร็ว โดยคำแนะนำนี้ไม่เป็นการตัดสิทธิในการร้องเรียนโดยตรงแต่อย่างใด

เพื่อให้ดำเนินการตามคำขอได้รวดเร็วและถูกต้อง โปรดระบุข้อมูลต่อไปนี้ในคำขอ

ชื่อผู้ใช้ (username) หรือชื่อที่แสดง พร้อมข้อมูลติดต่อที่ผูกกับบัญชี เพื่อให้ยืนยันได้ว่าเป็นเจ้าของบัญชีจริง
สิทธิที่ประสงค์จะใช้ และรายละเอียดของคำขอ เช่น ข้อมูลที่ต้องการเข้าถึง แก้ไข หรือลบ
ช่องทางที่สะดวกให้ผู้ให้บริการติดต่อกลับ

ภาคผนวกรายละเอียดการประมวลผลข้อมูล — เวอร์ชัน 1.5

ความยินยอมเพิ่มเติมเรื่องข้อมูล — เวอร์ชัน 1.2